ญาติของ “ศิริพร” นายทะเบียนเขตแห่งหนึ่งในกทม. ที่ถูกจับกุม ยืนยัน ! หลานทำตามหน้าที่ ร้องแก้กฎหมาย หวั่นหลานตกเป็นแพะ คดี “พ่อทิพย์” รับจ้างแจ้งเกิด
วันนี้ ( 10 ก.ค. 69 ) อาของนางสาวศิริพร หนึ่งในผู้ต้องหาคดี “พ่อทิพย์” ซึ่งดำรงตำแหน่งนายทะเบียนสำนักงานเขตแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังเดินทางมาให้กำลังใจหลานสาว โดยยืนยันว่า นางสาวศิริพร ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนของราชการ และมองว่าปัญหาเกิดจากกระบวนการทางกฎหมายที่ควรได้รับการแก้ไข มากกว่าจะผลักภาระความรับผิดชอบมายังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
อาของผู้ต้องหาระบุว่า หากกฎหมายยังเป็นเช่นนี้ จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่กล้าปฏิบัติหน้าที่ เพราะเงินเดือนข้าราชการไม่ได้สูง แต่ต้องเสี่ยงรับผิดในคดีใหญ่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากรัฐต้องการความเข้มงวดในการพิสูจน์ตัวบุคคล ก็ควรแก้กฎหมายและให้มีการตรวจพิสูจน์ DNA โดยใช้งบประมาณของรัฐ ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
เมื่อถามว่านางสาวศิริพร รู้จักกับนางสาวสุนีย์หรือไม่ อาของนางสาวศิริพร ระบุว่า ตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว เนื่องจากหลานทำงานอยู่ที่สำนักงานเขต ขณะที่ญาติอาศัยอยู่คนละบ้าน
สำหรับคดีนี้ อาของผู้ต้องหายืนยันว่าเป็นคดีเดียวกันกับที่นางสาวศิริพรเคยถูกดำเนินคดีมาก่อน (คดีนายเฉิน) และหลานสาวยังยืนยันมาตลอดว่าปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบราชการ โดยขณะนี้ยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีโอกาสได้พูด
เมื่อถูกถามถึงสภาพจิตใจของนางสาวศิริพร อาของผู้ต้องหาระบุว่า หลานสาวมีอาการเครียดอย่างหนัก ร้องไห้ตลอดเวลา พูดอะไรแทบไม่ออก และนอนไม่หลับ เพราะยืนยันว่าตนเองไม่ได้กระทำความผิด
อาของผู้ต้องหากล่าวว่า นางสาวศิริพรทำหน้าที่นายทะเบียนมาประมาณ 5 ปี และลักษณะการทำงานเป็นการรับเรื่องต่อจากขั้นตอนก่อนหน้า เปรียบเทียบว่าเหมือนสายการผลิตในโรงงานที่แต่ละคนรับผิดชอบเฉพาะหน้าที่ของตน เมื่อเอกสารผ่านมาถึงก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ไม่สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบทุกกระบวนการก่อนหน้าได้
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่ากระบวนการดังกล่าวมีผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับสูงมากกว่าผู้ปฏิบัติงาน พร้อมมองว่าเจ้าหน้าที่ระดับล่างกำลังตกเป็น “แพะรับบาป” และย้ำว่าไม่ควรใช้คำว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง แต่ควรมองว่าเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยหากจะตรวจสอบ ควรย้อนกลับไปตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางว่าเอกสารสามารถออกมาได้อย่างไร
อาของผู้ต้องหายังระบุว่า หน้าที่ของนายทะเบียนถือเป็นช่วงเกือบปลายกระบวนการ เพราะก่อนจะถึงสำนักงานเขต เอกสารต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งจากแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมตั้งคำถามว่า หากประชาชนนำเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐมายื่นแล้ว นายทะเบียนไม่ลงนาม ก็อาจถูกตั้งข้อสงสัยว่าต้องการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่
ส่วนประเด็นความเชื่อมโยงกับชาวจีน อาของนางสาวศิริพร ยืนยันว่า ครอบครัวเป็นคนไทยทั้งหมด ไม่มีญาติเป็นชาวจีน สามีของน.ส.ศิริพรประกอบอาชีพสุจริต ครอบครัวไม่มีหนี้สิน และมีที่ดินทำกินรวมถึงทรัพย์สินที่ได้รับเป็นมรดกจากบิดามารดา จึงไม่มีความจำเป็นต้องแสวงหาผลประโยชน์จากการกระทำผิด
สำหรับแนวทางการต่อสู้คดี อาของผู้ต้องหาระบุว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นเรื่องในสำนวนคดี และขณะนี้ครอบครัวยังไม่ได้เห็นรายละเอียดทั้งหมดของกระบวนการสอบสวน โดยสิ่งที่อยากเรียกร้องคือขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับความเป็นธรรมและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงสภาพจิตใจของบิดามารดาของนางสาวศิริพร หากทราบข่าวอาจเกิดความเสียใจอย่างหนัก