ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - ยังคงพบเสียงระเบิดจากฝั่งกัมพูชาจังหวัดสุรินทร์อีก ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับกำลังพลของไทยและประชาชนตามแนวชายแดน
ยังคงเป็นพื้นที่ช่องกร่าง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เมื่อเวลา 20.43 น.ได้เกิดเสียงระเบิดที่กองทัพภาคที่ 2 ได้ตรวจสอบแล้วทราบว่าเป็นเสียงที่ดังมาจากพื้นที่ตอนในของประเทศกัมพูชา ซึ่งน่าจะห่างจากแนวชายแดนประมาณ 10-15 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการตรวจสอบเสียงต้นเหตุ ฝ่ายไทยไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บหรือพื้นที่เกิดความเสียหายแต่อย่างใด หากมีเหตุการณ์เพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบ เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกหรือวิตกกังวลใจว่ามีเหตุการณ์อยู่ใกล้แนวชายแดน
ชายแดนจุดนี้ ก็เคยมีเสียงระเบิด และทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ 4 นายในฝั่งกัมพูชา โดยกัมพูชากล่าวหาว่าไทยได้ขวางระเบิดใส่ ไทยก็ต้องชี้แจงเพิ่มว่าสภาพบาดแผลแล้วที่กระจุกตัวบริเวณฝ่าเท้า หน้าแข้ง และช่วงขาเป็นหลัก สอดคล้องกับการได้รับแรงระเบิดจากบริเวณพื้นดินมากกว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลจากพยานบุคคลในที่เกิดเหตุพบว่า ก่อนเกิดเหตุทหารไทยรักษาความปลอดภัยชุดสร้างเส้นทางได้ประสานและแจ้งกำลังฝ่ายกัมพูชาที่อยู่บริเวณแนวรั้วลวดหนาม จะมีการปฏิบัติงานในการทำเส้นทางซึ่งการดำเนินการทั้งหมดเป็นการปฏิบัติภายในพื้นที่ของประเทศไทย ไม่ได้เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด การพูดคุยระหว่างกำลังพลทั้งสองฝ่ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีลักษณะของการโต้เถียง คุกคาม หรือการเผชิญหน้าจากนั้นก็แยกย้ายกลับ
ชาวบ้านชายแดนยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ ส่วนใหญ่ไม่รู้สึกตื่นตระหนก เพราะเชื่อมั่นในฝ่ายความมั่นคงของไทย หากเกิดสถานการณ์รุนแรง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้อพยพทันที แต่จนถึงขณะนี้ก็ไม่พบสัญญาณใดๆที่จะเกิดความรุนแรงในพื้นที่ โดยเฉพาะย่านตลาดการค้าชายแดนช่องจอม พบว่าบรรดา พ่อค้าแม่ค้ายังเปิดร้านค้าขายกันตามปกติ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเหงา และซบเซามากว่า 1 ปีเต็ม หลังเกิดการสู้รบ ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวและซื้อของเช่นเดิม ยิ่งเกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับชายแดน ก็ยิ่งจะทำให้ประชาชนไม่กล้าเข้ามาเที่ยวและซื้อสินค้าในพื้นที่
ระยะนี้ ชาวกัมพูชาเริ่มเข้าไปสร้างความปั่นป่วนทหารไทยแถว ๆ ทมอดาอีกแล้ว พร้อมถ่ายคลิปวิดีโอ สบถด่าทหารไทย หวังเรียกยอกเอนเกจเมนท์
ชาวบ้านกัมพูชาคนหนึ่ง เดินทางไปเช็กอิน บริเวณรั้วตู้คอนเทนเนอร์ ในพื้นที่ทมอดา จังหวัดโพธิสัตว์ กัมพูชา พร้อมบันทึกคลิปวิดีโอ ซูมหน้าทหารไทย พร้อมพึมพําด่าทหารไทย บอกว่า ทหารไทยเป็นหัวขโมย ตอนนี้กำลังยืนมอง จากบนตู้คอนเทนเนอร์ พอเห็นกล้อง ก็เดินหนีไป และพวกทหารไทย จะเฝ้ามองประชาชนกัมพูชาทั้งวัน
ส่วน ทหารกัมพูชา ช่วงนี้ขยันพากันขุดดิน โดยคลิปภาพนี้เป็นเหตุการณ์บริเวณช่องอานม้า รอยต่อชายแดนไทย-กัมพูชา ทหารถือเสียมขุดดินลึกประมาณ 1 เมตร ซึ่งเป็นจุดเดิมที่เคยใช้หลบภัยในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบที่ผ่านมา
ส่วนคลิปวิดีโอนี้ ทหารกัมพูชาเดินลาดตะเวนในป่าใหญ่สักแห่ง แถว ๆ ชายแดนไทย-กัมพูชา สภาพแต่ละคนพร้อมสู้ เดินอีก 10 กิโลเมตรก็ยังไหว แต่ก่อนจะสำรวจจุดต่อไปขอแวะถามเพื่อน ๆ นิดหนึ่งว่า เป็นอย่างไรบ้าง เหนื่อยไหมกับการเดินทางไกลครั้งนี้ ไม่ว่าจะถามใคร ทุกคนตอบเหมือนกันว่า ไม่เหนื่อยเลย เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวกัมพูชา แค่นี้ยังถือว่าเบามาก และไม่ว่าหนทางจะลำบากแค่ไหน ก็ไม่เคยลังเลที่จะปกป้องประเทศ
ขณะที่ทหารลาดตะเวนบริเวณปราสาทตาควาย ครึกครื้นกันมาก มีถ่ายรูป ถ่ายคลิปเล่น หยอกล้อกับเพื่อน ๆ ระหว่างแวะพักผ่อนแถว ๆ แนวรั้วกระสอบทรายของหทารไทย พร้อมบอกว่า ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ล้วนเป็นคนเก่งกาจทั้งนั้น
หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ซุ่มสกัดกั้น การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พบชาวต่างชาติ 19 คน พร้อมเฝ้าระวังการย้ายฐานของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นช่วงประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี กองทัพเรือ จัดกำลังซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่ชายแดน ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี สามารถสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติได้ 19 คน จำนวนนี้มี ชาวกัมพูชา 14 คน เป็น ชาย 3 คน หญิง 7 คน เด็ก 4 คน ชาวจีน 4 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คน ก่อนควบคุมดำเนินการตามกฎหมาย
จากการสอบสวน ชาวกัมพูชา ให้การว่า ต้องการเดินทางไปหางานทำ โดยจ่ายค่าดำเนินการให้กับนายหน้าพาเข้าเมือง คนละ 7,500-8,000 บาท ส่วนคนจีนและอินโดนีเซีย บอกว่า มาจาก เมืองสีหนุวิลล์ จะเข้ากรุงเทพฯ จ่ายให้นายหน้า หัวละ 150,000 บาท
โดยกองทัพเรือ ตั้งข้อสังเกตุว่า อาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบต่าง ๆ