ข่าวภาคค่ำ - ตำรวจ สน.บางยี่เรือ คุมตัวผู้ต้องหาคดีแจ้งเกิดทิพย์ล็อตแรก ขออำนาจศาลฯ ฝากขัง โดยหนึ่งในนั้น คือผู้ต้องหาคดีนอมินีจากเหตุการณ์อาคาร สตง.ถล่ม ปิดปากเงียบไม่ตอบคำถามสื่อฯ
ตลอดทั้งวัน พนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ คุมตัวผู้ต้องหาร่วมขบวนการ "พ่อทิพย์" รับสวมรอยเป็นพ่อในใบสูติบัตรให้กับ พ่อ-แม่ ชาวจีนที่ให้กำเนิดลูก ล็อตแรก 27 คน ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขัง ผัดแรก
นายประจวบ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ และเป็นผู้ต้องหาคดีนอมินีของ บริษัท ไชน่าเรลเวย์ฯ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม เมื่อปีที่แล้ว เดินขึ้นรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามสื่อฯ แต่ผลการสอบปากคำของตำรวจ ระบุว่า นายประจวบ เข้าใจว่าเด็กที่เกิดเป็นลูกของตนเอง ซึ่งตำรวจมีพยานหลักฐานมาหักล้าง จึงต้องไปชี้แจงกันในชั้นศาลฯ
ขณะที่แม่ของ 1 ใน 27 ผู้ต้องหา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนเองรู้สึกเครียด จนอยากฆ่าตัวตาย พร้อมเชื่อว่าลูกชายของตนเองถูกเพื่อนสาวชาวจีนที่เรียนมาด้วยกันหลอกใช้
เบื้องต้นทนายความของ นายประจวบ และหญิงชาวจีน เตรียมเงินสดไม่เปิดเผยจำนวนมาประกันตัวทั้ง 2 คน ส่วนคดีนอมินี บริษัท ไชน่าเรลเวย์ฯ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้
ตำรวจฝ่ายสืบสวนยังขยายผลจับกุมเพิ่มอีก 4 คน เป็นชายไทย 2 คน และครอบครัวชาวจีนอีก 2 คน มาสอบปากคำเพิ่มเติม จึงทำให้มีผู้ต้องหาถูกจับกุม รวมทั้งสิ้น 31 คน โดยผู้ต้องหา 4 คน ในล็อตที่ 2 ตำรวจจะนำตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขังในวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายนนี้
สำหรับผู้ต้องหา ล็อตแรก 27 คน ยื่นขอคำร้องขอให้ศาลฯ ปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นฝากขัง แต่ศาลฯ ไม่อนุญาต เนื่องจากพฤติการณ์ตามคำร้องเป็นเรื่องร้ายแรง มีลักษณะกระทำเป็นขบวนการ เกี่ยวข้องกับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เป็นภัยต่อความมั่นคง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงพาตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าเรือนจำ
กระทรวงมหาดไทย สั่งสำนักทะเบียน 878 อำเภอทั่วประเทศ ปรับปรุงมาตรการรับรองบุตร กำหนดให้กรณีที่บิดา หรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ ต้องมาแสดงตนต่อหน้าเจ้าพนักงานทะเบียนด้วยตนเอง เพื่อยืนยันความเป็นบิดา-มารดา และป้องกันการแอบอ้าง หรือการใช้เอกสารเท็จ