เช้านี้ที่หมอชิต - พายุฝนตกหนักและลมกระโชกแรงจากอิทธิพลของพายุ "บาหวี่" (BAVI) ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ของอำเภอเมืองตราด ทำให้มีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มกีดขวางเส้นทางการจราจร เสาไฟฟ้าหักโค่น รวมถึงบ้านเรือนได้รับความเสียหาย
ฝนตก-ลมพัดแรง ทำต้นไม้ล้ม-หลังคาปลิว จ.ตราด
เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุต้นไม้ล้มขวางถนนหลายจุด โดยจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอยู่บริเวณถนนสายไร่ป่า-ด่านชุมพล ก่อนถึงซอยก๋งเหวย หมู่ 8 พื้นที่ตำบลเนินทราย อำเภอเมือง จังหวัดตราด โดยเกิดเหตุเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.30 น.
ที่เกิดเหตุพบว่ามีเสาไฟฟ้าล้มกีดขวางเส้นทาง แถมสายไฟฟ้าห้อยระโยงระยาง ส่งผลให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ประกอบกับพื้นที่ใกล้กันพบเสาไฟฟ้าล้ม หักเป็น 2 ท่อน อยู่ในน้ำ จึงต้องรอเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเข้ามาตรวจสอบ และตัดกระแสไฟฟ้าเสีย ก่อนจะดำเนินการตัดต้นไม้ที่ล้มกีดขวางถนน เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรตามปกติ
ขณะเดียวกัน ทีมข่าวเดินทางไปบริเวณซอยโภคไพร หมู่ 1 พื้นที่ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด พบ นายนิรุทธิ์ อุทิศ เจ้าของบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย เขา เล่าว่า ตอนเกิดเหตุขณะที่ตนเองอยู่ในบ้านพัก จู่ ๆ มีลมพายุพัดแรงมาก จนรู้สึกว่าหลังคาบ้านสั่นสะเทือน เพียงพริบตาเดียวหลังคาบ้านปลิวตกไปข้างบ้าน จำนวน 6 แผ่น เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองตราดลงพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เฝ้าระวังอันตราย เนื่องจากยังคงมีฝนตกและลมกระโชกแรงในบางช่วง ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นไม้หักโค่น รวมถึงป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงพังถล่มลงมาได้
ฝนตกหนัก ทำให้ดินสไลด์ปิดเส้นทางหลัก จ.แม่ฮ่องสอน
ขยับไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนกันบ้าง นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ บอกว่า ขณะนี้เส้นทางคมนาคมระหว่างหมู่บ้านกอมูเดอและกลอเซโล ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทะเลหมอกสองแผ่นดินชื่อดัง ได้ถูกดินสไลด์ปิดทับเส้นทางอย่างหนัก จากผลกระทบของฝนที่ตกสะสมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถนำเครื่องจักรกลหนักเข้าไปเปิดทางได้ จนชาวบ้านกลอเซโลได้ร่วมแรงร่วมใจนำอุปกรณ์เข้าไปขุดดินและเคลียร์สิ่งกีดขวาง เพื่อเปิดเส้นทางให้สามารถสัญจรผ่านได้เป็นการชั่วคราว
เพราะหากชาวบ้านไม่ร่วมมือกันช่วยเหลือตัวเอง จะส่งผลให้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นหัวใจหลักในการลำเลียงสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อการดำรงชีพของประชาชน รวมถึงเป็นเส้นทางปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการในพื้นที่ด้วย
สำหรับพายุโซนร้อน "บาหวี่" (BAVI) ปกคลุมบริเวณมณฑลเจียงซู ประเทศจีนแล้ว คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับในระยะต่อไป โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น
ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนัก ถึงหนักมาก ในพื้นที่จังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี ในวันที่ 12-14 กรกฎาคม นี้
ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย