สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมเมื่อช่วงเช้ามืด เพื่อลดทอนความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ด้าน “โดนัลด์ ทรัมป์” ยืนยัน เรือพาณิชย์สัญจรผ่านได้แล้ว
วันนี้ (13 ก.ค. 69) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) โพสต์โซเชียล ระบุว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมอีกระลอก เพื่อลดทอนความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสื่อฯ อิหร่านรายงานว่า การโจมตีระลอกใหม่ของสหรัฐฯ ขยายพื้นที่มากขึ้น นอกจากโจมตีทางตอนใต้ของอิหร่านแล้ว ยังขยายไปยังหลายเมืองทางตะวันตกของอิหร่าน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 คนในโรงผลิตน้ำเมืองมาห์ชาห์ร
ก่อนหน้านี้เมื่อวานนี้ (12 ก.ค. 69) กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธและใช้โดรน โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ใน 5 ประเทศเพื่อนบ้านรอบอ่าวเปอร์เซีย ถือเป็นการขยายขอบเขตความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น โดยกล่าวหาสหรัฐฯ ว่า ละเมิด MOU หยุดยิง โดยมุ่งเป้าโจมตีไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสินค้าทางเรือ และระบบสื่อสารควบคุมด้านการบินของอิหร่าน
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า แม้อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และมีการโจมตีตอบโต้กันตลอดช่วงสุดสัปดาห์ แต่ ณ ขณะนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือพาณิชย์สัญจรผ่านได้แล้ว โดยกองทัพสหรัฐฯ รับประกันความปลอดภัย
สถานการณ์สู้รบที่รุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นทันที โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์หรือราคาตลาดโลก เพิ่มขึ้นกว่า 3% อยู่ที่กว่า 78 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐฯ ก็เพิ่มขึ้นกว่า 3% เช่นกัน อยู่ที่กว่า 73 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล