เพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ผบ.ตร. ตั้งสอบข้อหาประมาท สืบความจริงประตูหนีไฟถูกล็อกจนใช้การไม่ได้หรือไม่
ล่าสุด (13 ก.ค. 69) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้นำกำลังตำรวจลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์และตรวจสอบภายในอาคารด้วยตนเอง พร้อมทั้งแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย โดยระบุว่าขณะนี้ร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรอการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์
บุคคล ซึ่งตนได้กำชับให้เปิดช่องทางรับแจ้งตัวตนของญาติอย่างเต็มที่ ทั้งที่ศูนย์ประสานงานหน้าจุดเกิดเหตุ บริเวณสถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน และศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 63 คน ได้ประสานศูนย์เอราวัณและโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อติดตามอาการและดูเรื่องสิทธิ์การประกันภัยแล้ว สำหรับตัวเจ้าของสถานบริการที่ยังบาดเจ็บสาหัสอยู่ในห้อง ICU นั้น ได้ประสานแพทย์เพื่อประเมินว่าจะสามารถให้ปากคำได้เมื่อใด พร้อมสั่งการให้พนักงานสอบสวนแยกกลุ่มผู้ให้ปากคำออกเป็นกลุ่มเจ้าของ หุ้นส่วนบริษัท พนักงาน ลูกจ้าง แม่ครัว พ่อครัว ผู้จัดการร้าน รวมถึงช่างที่มาต่อเติมตกแต่งภายใน เพื่อเร่งเดินหน้าหาข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน
ผบ.ตร. เปิดเผยผลการเดินตรวจสภาพด้านในอาคารว่า อาคารนี้เป็นอาคารชั้นเดียวทรงสี่เหลี่ยม ด้านหน้าติดถนนลาดพร้าวมีประตูทางเข้า-ออกเพียง 2 ประตู ส่วนด้านหลังมีประตูอีก 2 ประตู โดยประตูที่ 3 เป็นประตูที่เชื่อมออกไปทางห้องน้ำหญิงและชาย ซึ่งพบร่างผู้เสียชีวิตกระจุกตัวอยู่ภายในห้องน้ำเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุไฟดับและตื่นตระหนก ผู้ประสบภัยจึงวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อหาทางออกหรือหาน้ำ แต่กลับไม่ได้ใช้ประตูทางออกนี้ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบว่าประตูดังกล่าวถูกล็อกด้วยกลอน 2 ชั้นหรือลูกบิดหรือไม่ หากพบว่าถูกล็อกจนใช้การไม่ได้ ก็จะถือเป็นพฤติการณ์ของการกระทำโดยประมาท
ขณะที่ประตูที่ 4 ซึ่งเชื่อมออกไปทางห้องครัว พบว่าความร้อนของเปลวไฟได้ทำลายป้ายและไฟบอกทางจนละลาย อีกทั้งตัวมือจับและลูกบิดประตูก็หายไป ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเกิดจากการถูกทำลายหรือชำรุดอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณทางเดินไปสู่ประตูครัวที่มีความกว้างเพียงเมตรกว่า ๆ กลับมีตู้ล็อกเกอร์และชั้นวางของตั้งขวางอยู่จนทำให้ทางเดินแคบลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่ระมัดระวังในการวางสิ่งของเครื่องใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ในส่วนของปมเหตุและจุดต้นเพลิง ผบ.ตร. ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่บริเวณเหนือเวทีดนตรี ซึ่งมีการตกแต่งเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบเครื่องเสียงและความสวยงาม โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสามารถเก็บวัตถุพยานสำคัญบางอย่างได้แล้ว และกำลังตรวจสอบว่าวัสดุตกแต่งเพื่อควบคุมคุณภาพเสียงดังกล่าวเป็นวัสดุไวไฟและเป็นเชื้อเพลิงที่ลุกไหม้ได้ง่ายหรือไม่ ซึ่งหากใช่ จะบ่งชี้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ปราศจากความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้กองบังคับการพิสูจน์หลักฐานขึ้นไปตรวจสอบระบบและการเดินสายไฟรวมถึงคุณภาพสายไฟบนฝ้าเพดานอย่างละเอียด เนื่องจากอาคารแห่งนี้มีอายุการใช้งานมานานประมาณ 53 ปี และมีการเปลี่ยนคดีหรือขายกิจการต่อกันมาหลายช่วง ซึ่งต้องไปตรวจสอบกับทางเขตว่าในแต่ละช่วงมีการขออนุญาตปรับปรุงต่อเติมอาคารอย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร หรือไม่ แต่ในส่วนของใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบันเทิง จากการตรวจสอบกับ สน.พหลโยธิน พบว่าได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และ สน.พหลโยธิน ร่วมกันตั้งคณะทำงานสอบสวนชุดใหญ่ เพื่อนำข้อมูลหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์จากกองพิสูจน์หลักฐานและหมอนิติเวช รวมถึงข้อมูลจากการเชิญเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาสอบปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพประตูที่ล็อก มารวบรวมและรายงานเข้าที่ประชุมอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำว่าในทางคดีจะต้องดำเนินคดีทางอาญาในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นหลัก ส่วนการต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือผิดข้อกำหนด ก็จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบเรื่องการอนุมัติพิมพ์เขียวและการต่อเติมอาคารเข้ามาร่วมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป