รอง ผบ.ตร. ขยายผลขบวนการแจ้งเกิดเท็จ พบเด็กต้องสงสัยล็อตใหม่ เพิ่มอีก 13 คน จากพ่อทิพย์คนเดียวกัน โยง รพ.เอกชน 5 แห่ง ล่าสุดชาวจีน 2 ครอบครัว ติดต่อขอถอนสัญชาติไทยให้ลูก ให้ข้อมูลเคยใช้บริการพ่อทิพย์ พ่อแม่ชาวจีนไม่มีประวัติอาชญากรรม กลับกันพ่อทิพย์คนไทย มีประวัติอาชญากร
ขบวนการแจ้งเกิดเท็จ วันนี้ (13 ก.ค.69) พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่ายปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎร เพื่อขยายผลปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” ขบวนการใช้ "พ่อไทยทิพย์" สวมสิทธิแจ้งเกิดบุตรโดยมิชอบ
ในส่วนคดีเดิมที่เชื่อมโยงกับผู้ต้องหาหลัก 2 คน คือนางสาวสุนีย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียนของโรงพยาบาลเอกชน และ นางสาวศิริพร เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนสำนักงานเขต ซึ่งมีเด็กที่ถูกแจ้งเกิดโดยมิชอบ 62 คน ดำเนินการตรวจสอบเด็กไปแล้ว 19 คน นำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 35 หมาย จับกุมตัวแล้ว 33 คน อย่างไรก็ตาม ยังเหลือเด็กอีก 43 คน ที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังพบเด็กต้องสงสัยล็อตใหม่ อีก 13 คน ที่จดทะเบียนโดยพ่อทิพย์คนเดียวกัน และเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลเอกชน 5 แห่ง สำนักงานเขต 5 แห่ง ที่เจ้าหน้าที่จะต้องขยายผลเพิ่มเติมว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้อง
รอง ผบ.ตร. เปิดเผยด้วยว่า อีกประเด็นสำคัญ คือ เริ่มมีหญิงต่างชาติพร้อมบุตร จำนวน 2 ครอบครัว เข้าพบเจ้าหน้าที่ เพื่อขอเพิกถอนสัญชาติไทย หลังทราบข่าวขบวนการแจ้งเกิดเท็จที่สื่อมวลชนตีแผ่ โดยพวกเขายอมรับว่าเคยใช้บริการ “พ่อไทย(ทิพย์)” เพื่อดำเนินการด้านเอกสาร ซึ่งได้ให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 สอบปากคำหญิงต่างชาติทั้ง 2 คน ให้ละเอียด ว่ารู้หรือไม่รู้ว่ากระบวนการดังกล่าวผิดกฎหมาย หรือเข้าใจผิดว่าสามารถทำได้ มีเจตนาอย่างไร และกันไว้เป็นพยาน เพื่อขยายผลเครือข่ายนี้เพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสัญชาติจีนหรือสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะยกระดับเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่จากการประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตจีน เบื้องต้นพบว่าพ่อแม่ชาวจีนที่ถูกดำเนินคดี ไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน ในทางกลับกันกลับพบว่าพ่อทิพย์ชาวไทยนี่ล่ะ ที่มีประวัติอาชญากรรม
รอง ผบ.ตร. กล่าวถีง เด็ก 19 คนที่พ่อแม่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ วันนี้ได้เชิญผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาร่วมตรวจสอบสถานะปัจจุบันของเด็ก พบว่าเด็กทั้ง 19 คน มีญาติรับไปเลี้ยงดูทั้งหมด และหากแม่ชาวจีนได้รับการประกันตัวในชั้นศาลแล้ว จะถูกเพิกถอนสัญชาติ ก่อนถูกส่งตัวไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งก็สามารถขอประกันตัวออกมาสู้คดีได้