ห้องข่าวภาคเที่ยง - ความสูญเสียจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว วันนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิต รับศพไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด หลายครอบครัวยังทำใจไม่ได้ กับการจากไปกะทันหัน ไม่ทันได้ร่ำลา
ร่ำไห้ระงม รับศพผู้ช่วยพยาบาลสาวกลับบ้าน จ.บุรีรัมย์
ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ระงมของสามี แม่ และญาติ ที่ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ รอรับลูกสาว คือนางสาวมณีรัตน์ ผู้ช่วยพยาบาล อายุ 38 ปี เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว รถกู้ภัยเคลื่อนย้ายศพกลับถึงบ้านเกิด เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา และวันนี้จะมีพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่บ้าน
ครอบครัว พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ยังทำใจไม่ได้กับความสูญเสียอย่างกะทันหันในครั้งนี้ สามีของผู้เสียชีวิต ร้องไห้อาลัยอย่างหนัก หลังภรรยาที่เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ไม่ถึง 1 เดือน
ผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว ไปทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ส่งเงินมาจุนเจือดูแลทางบ้านมาตลอด คืนเกิดเหตุออกเวรแล้ว ไปนั่งกินข้าวรอสามีไปรับกลับบ้าน ส่วนป้าของผู้เสียชีวิตเผยก่อนหน้านี้ ไม่กี่วัน ฝันร้าย เป็นลางบอกเหตุ แต่ก็ไม่คาดคิดว่า จะมาเกิดเรื่องร้าย ๆ กับหลานสาว
รับศพ สารวัตรทหาร บำเพ็ญกุศล จ.สุพรรณบุรี
อีก 1 เรื่องราวสุดเศร้าของสิบโท พิษณุ สารวัตรทหาร ชาวสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ไปโรงเบียร์ย่านลาดพร้าวกับภรรยาและเพื่อน พอเห็นประกายไฟก็รีบบอกให้ภรรยาและเพื่อนอีก 2 คน ให้รีบวิ่งหนีออกไปก่อน ส่วนตัวเขาจะขออยู่ช่วยเคลียร์ทางและช่วยเหลือคนอื่น ๆ ที่ติดอยู่ภายในร้าน ทำให้ภรรยาหนีรอดออกมาได้ ส่วนสิบโท พิษณุ สำลักควัน หนีออกมาไม่ทัน
บรรยากาศการรับศพ สิบโท พิษณุ สารวัตรทหารอายุ 29 ปี เมื่อคืนนี้ที่อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ครอบครัวอยู่ในอาการโศกเศร้า ระหว่างการเคลื่อนย้ายศพกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามศาสนาที่บ้านเกิด
ครอบครัว อาลัยสูญเสียเสาหลัก จ.ศรีสะเกษ
อีก 1 ครอบครัว ที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ แม่ร่ำไห้ปานจะขาดใจ รับศพลูกสาวและลูกสะใภ้ เตรียมตั้งบำเพ็ญกุศลเป็นคืนแรก พ่อแม่ของทั้ง 2 ครอบครัว และบรรดาญาติ ๆ ในหมู่บ้านไหล่ดุม
แม่ เล่าว่า ลูกสาวไปประกอบอาชีพ นึ่งข้าวขาย ที่ตลาดย่านลาดพร้าว นำเงินส่งกลับบ้านจุนเจือครอบครัว เป็นเสาหลักของบ้าน ในวันก่อนได้โทรมาบอกแม่ว่า จะไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่คิดว่า ลูกสาวจะมาเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ นับเป็นความสูญเสียเพราะยังมีลูกเล็กอายุ 8 ขวบ และ 3 ขวบที่ต้องดูแล ยังต้องเรียนหนังสือ ต้องมาสูญเสียแม่ไป
ล่าสุดเช้าวันนี้มีญาติของ นางสาวชิตชนก มารับศพนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสะพานสูง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ
ต่อด้วยญาติของนายสุวิชชา และ นางสาวน้ำทิพย์ สามี-ภรรยา มาติดต่อขอรับศพทั้งคู่ไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดกลางคลองสามสิบ จังหวัดนครนายก บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
ญาติบอกว่า นายสุวิชชา รับราชการ มีอาชีพเสริมเป็นไรเดอร์จิตอาสา มีลูก 2 คน โดยคนโตเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 คนเล็กเตรียมอนุบาล หลังจากนี้คงต้องให้ตากับยายเป็นผู้ดูแลต่อ
ด้าน พลตำรวจตรี วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ บอกว่า ขณะนี้แพทย์ตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์และยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตได้แล้ว 25 คน แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตชุดเดิม 23 คน และผู้เสียชีวิตที่นำส่งเพิ่มเติมเมื่อวานนี้อีก 2 คน ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 4 ร่าง ยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจ DNA เพื่อยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ