ห้องข่าวภาคเที่ยง - ไปที่เชียงใหม่ ชายชาวต่างชาติมีภรรยาชาวไทย พาเพื่อนที่มาจากต่างประเทศ ไปเที่ยวดื่มกิน สุดท้ายไปจบที่ร้านคาราโอเกะ แต่ถูกเช็กบิลแพงเกินจริง
นักท่องเที่ยวถูกร้านคาราโอเกะเช็กบิลแพง จ.เชียงใหม่
นี่เป็นภาพของสเตทเมนต์ที่ชายชาวต่างชาติได้ใช้บัตรเครดิต และโอนจ่ายเงินค่าเที่ยวร้านคาราโอเกะ โดยภรรยาชาวไทย ของชาวชายต่างชาติ ได้นำมาเป็นหลักฐาน แจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ หลังพบว่าในคืนเดียว สามีชาวต่างชาติของเธอ ได้รูดบัตรเครดิตกับร้านคาราโอเกะไปกว่า 150,000 บาท
โดยภรรยาของชายชาวต่างชาติ เล่าว่า ย้อนไป 28 มิถุนายนที่ผ่านมา สามีไปดื่มกินกับเพื่อนชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย ตอนแรกไปดื่มกินย่านนิมมานเหมินต์ จนเมาหนัก ก่อนไปต่อร้านคาราโอเกะย่านคูเมือง รอบแรกเช็กบิล 700 กว่าบาท จากนั้นสามีเรียกตุ๊กตุ๊กให้ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม และจากนั้นพอส่งเพื่อนเสร็จแล้ว สั่งให้ไปส่งที่บ้านพักในอำเภอหางดง แต่คนขับตุ๊กตุ๊กกลับพาสามีที่เมาหมดสติ วนกลับมาที่ร้านคาราโอเกะร้านเดิม
จากนั้นก็พบว่าบัตรเครดิตของสามีถูกรูดไป 124,110 บาท และบัตรเครดิตของภรรยาถูกรูดไปอีก 26,400 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 150,510 บาท โดยพบว่าเงินถูกโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ส่วนตัวของบุคคล 2 คน หลายครั้งภายในเวลาครึ่งชั่วโมง
ซึ่งฝั่งผู้ร้องเรียนตั้งข้อสงสัยว่า ราคาแพงเกินจริงหรือไม่ ทำไมต้องรูดบัตรหลายรอบและยอดไม่เท่ากัน บัตรสามีจำกัดวงเงินไว้ 50,000 บาท แต่ทำไมรูดได้เกิน เงินโอนเข้าบัญชีบุคคลไม่ใช่ของร้าน และสงสัยว่าคนขับตุ๊กตุ๊กอาจมีส่วนรู้เห็น
ร้านคาราโอเกะ ยอมคืนเงินให้นักท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่
ด้านฝั่งร้านคาราโอเกะ ก็ชี้แจงกับตำรวจว่า นักท่องเที่ยวใช้บริการจริง มีการเรียกพนักงานสาวเกือบทั้งร้านมานั่งดริงก์ คิดราคา 700 บาท/คน/ชั่วโมง เป็นเวลานาน 5 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 02.00 น. ถึง 07.00 น. และการเช็กบิลเป็นไปตามที่ลูกค้าใช้บริการ
เบื้องต้นจากการเจรจาไกล่เกลี่ยกันต่อหน้าตำรวจ สรุปว่าทางร้านคาราโอเกะยินดีคืนเงินให้ผู้ร้องเรียนทั้งหมด ส่วนกรณีที่ราคาแพง ทางตำรวจได้มีการสั่งปิดร้านชั่วคราว เพื่อตรวจสอบต่อไป
ซึ่งกรณีแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ โดยกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดนร้านคาราโอเกะเช็กบิลแพงเกินจริง เกิดขึ้นมาโดยตลอด จนหลายฝ่ายมองว่า เข้าข่ายการตบทรัพย์หรือไม่ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างจริงจัง