"ทำใจ" งบฯ กำจัดปลาหมอคางดำมีไม่พอ

View icon 19
วันที่ 10 ก.ย. 2569 | 12.38 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ปลาหมอคางดำ เมื่อวานที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จับมาผ่าท้อง เห็นไข่เต็มพุงแม่ปลา ทำเอาคนในพื้นที่ผวา อยู่ไม่น้อย และมีเรื่องให้ผวา ซ้ำอีก หลังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยอมรับ งบประมาณ และบุคลากร ในการกำจัดปลาหมอคางดำ มีไม่เพียงพอ

นายวัชระพล  ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โพสต์ สื่อสังคมออนไลน์ ยอมรับ”ปลาหมอคางดำ”ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ พบการระบาดเป็นวงกว้างอยู่ 21 จังหวัด มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและบุคลากรที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอ ย้ำ กรมประมงจะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตการนำเข้า และการควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น และไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ โดยได้ดำเนินการเชิงรุก  7 มาตรการ

ได้แก่ การเร่งจับและกำจัดปลาหมอคางดำ โดยเร็วที่สุด, ปล่อยปลาผู้ล่า กำจัดจำนวนปลาหมอคางดำให้อยู่ในพื้นที่ควบคุมได้, นำปลาหมอคางดำ ไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ, วางมาตรการเข้มงวดในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง, ให้ความรู้และดึงเครือข่ายเกษตรกรในระดับชุมชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง และใช้นวัตกรรมและงานวิจัยช่วยจัดการ, รวมทั้ง ฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางน้ำ หลังจากกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่สำเร็จแล้ว

ซึ่งนอกจาก 7 มาตรการ จะเพิ่มมาตรการใหม่ คือ ใช้เครื่องมือที่กฎหมายประมงฉบับใหม่อนุญาตรวมถึงวิธีการที่กรมประมงได้ทดลองและประเมินว่ามีประสิทธิภาพ ในส่วนของการเยียวยา จะประสานกระทรวงมหาดไทยเพื่อดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ส่วนภาพ ผ่าท้องปลาหมอคางดำ ที่จับได้ในเขื่อนลำปาว จังหวัด กาฬสินธุ์ เมื่อวานนี้ ทำเอาหลายคนสยอง อยู่เหมือนกัน เพราะผ่าท้องออกมา ไข่ปลาแน่นเต็มท้อง ทีเดียว น่าจะมากกว่า 200 ฟอง ปัญหาคือ ตอนไปพบ เจอทั้งปลาหมอคางดำเพศผู้ และเพศ เมีย อยู่ด้วยกันเหมือนกับการเตรียมที่จะทำการออกไข่ โดย ตัวผู้จะมีหน้าที่อมไข่ไว้หลังจากที่ตัวเมียได้ปล่อยไข่ออกมา พฤติกรรมเช่นนี้คาดว่าหากไม่ถูกจับโดยชาวประมง จะทำให้ไข่จำนวนนี้แพร่พันธุ์ออกไป

เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ในตำบลคลองโคน และ ตำบลพระหนามแดง จังหวัด สมุทรสงคราม ยืนยันว่า ทุกวันนี้ปลาหมอคางดำยังแพร่พันธุ์หนักในแหล่งน้ำธรรมชาติ และบ่อเลี้ยงกุ้งวอนรัฐเร่งกำจัด และจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือเกษตรกร และสิ่งสำคัญหลังจากนี้ คือการนำคำพิพากษาไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ด้านนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ได้สอบถามไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ หากมีการอุทธรณ์ จะต้องดำเนินการภายใน 30 วันนับจากวันที่ศาลอ่านคำพิพากษา และต้องรอผลการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดต่อไป หากไม่มีการยื่นอุทธรณ์ ก็จะเริ่มดำเนินการพิจารณาออกประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ อย่างเหมาะสม เงื่อนไขสำคัญ คือ ผู้ได้รับผล
กระทบจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกัน พื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำและอัตราการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำจะต้องผ่านหลักเกณฑ์การตรวจสอบที่กำหนดไว้ ไม่ใช่เพียงพบปลาหมอคางดำในพื้นที่ แล้วจะได้รับเงินเยียวยา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง