มณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ต้องอพยพประชาชนกว่า 260,000 คน เนื่องจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" ทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก
วันนี้ (14 ก.ค. 69) พายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” (Bavi) ซึ่งเป็นพายุที่มีความรุนแรงที่สุดที่พัดถล่มจีนในปีนี้ ทำให้ประชาชนกว่า 260,000 คน ในมณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน เนื่องจากอิทธิพลของไต้ฝุ่น "บาหวี่" ทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก
ทางการจีน คาดว่า จะมีฝนตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงวันอังคาร (14 ก.ค. 69) โดยบางพื้นที่จะมีฝนตกหนักมากเป็นพิเศษ เนื่องจากพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” ดึงความชื้นปริมาณมหาศาลจากเขตร้อนขึ้นไปทางเหนือ ส่งผลให้เกิดกระแสอากาศชื้นพัดเข้าสู่พื้นที่ทางตอนเหนือของจีนอย่างต่อเนื่อง
โดยที่เมืองเสิ่นหยาง เมืองเอกของมณฑลเหลียวหนิง มีรายงานว่า ประภาคารแห่งหนึ่งได้หลุดออกจากฐานหลังจากสายไฟแรงสูงขาด และลอยไปตามกระแสน้ำท่วมบนถนน รวมถึงลอดผ่านใต้สะพาน
ขณะที่โรงเรียนและสถาบันฝึกอบรมทุกแห่งถูกสั่งให้ระงับการเรียนการสอน ในขณะที่บริการขนส่งในเมืองต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงเมืองเสิ่นหยางและจี๋หลิน ได้รับผลกระทบอย่างหนักจนต้องหยุดชะงัก
โดยพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” ซึ่งมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับพื้นที่ของประเทศฝรั่งเศส ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อ 13 วันที่แล้ว แม้ว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของจีนเมื่อคืนวันเสาร์ (11 ก.ค. 69) ที่ผ่านมา แต่พายุก็ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่มากในวันจันทร์ (13 ก.ค. 69) ส่งผลให้กลายเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีอายุมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในปีนี้
ทางนักอุตุนิยมวิทยาของจีน ระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้พายุลูกนี้คงสภาพอยู่ได้นานคือ "แกนกลางที่อบอุ่น" (warm core) ซึ่งยังคงสภาพดีอย่างผิดปกติ ทำให้ “บาหวี่” สามารถกักเก็บความชื้นไว้ได้มากในระหว่างที่เคลื่อนตัวขึ้นไปทางทิศเหนือมุ่งหน้าสู่คาบสมุทรเกาหลี ทั้งนี้ คาดว่าจะเกิดฝนตกหนักเมื่อพายุ “บาหวี่” ซึ่งปัจจุบันถูกจัดประเภทเป็นพายุโซนร้อน เคลื่อนตัวช้าลงอีกและเริ่มปลดปล่อยความชื้นที่สะสมไว้ออกมาทั้งหมด