ข่าวภาคค่ำ - รองนายกรัฐมนตรี ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น เพื่อรับทราบความคืบหน้า ชี้ผู้ที่ตั้งใจโกงตั้งแต่ต้น ไม่ควรเข้ารับราชการ
ช่วงบ่ายที่ผ่านมา (14 ก.ค.) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการท้องถิ่น เพื่อรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงาน
หลังประชุมกว่า 1 ชั่วโมง นายปกรณ์ เปิดเผยว่า คณะทำงานที่มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ได้รายงานผลการรวบรวมข้อเท็จจริง ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ จะมุ่งตรวจสอบว่า กระบวนการใดมีข้อบกพร่อง โดยจะไม่ชี้ตัวบุคคลว่า ผู้ใดกระทำผิด เพราะการดำเนินคดี เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากข้อมูลที่ได้รับ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลและกระทบต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างมาก อีกทั้งพบข้อมูลหลายประเด็นที่น่าตกใจ ซึ่งผู้ที่ตั้งใจโกงตั้งแต่แรกก็ไม่ควรเข้ามารับราชการ
ด้าน พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้ข้อมูลเกี่ยวกับทุจริตสอบท้องถิ่นมาพอสมควร หลังจากนี้จะเร่งรัดหาข้อสรุปภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนจะทำข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคม ยอมรับว่า ขณะนี้ได้รายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ โดยผู้เกี่ยวข้องจะแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ
ขณะที่ตำรวจสอบสวนกลาง คุมตัว นางสาวศตพร หรือ "จ๋า" ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบ ที่ทำให้กระทรวงมหาดไทยได้รับความเสียหาย ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังตัวชั่วคราวระหว่างการสอบสวน หลังถูกจับกุมตัวได้ภายในมหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดนครปฐม
ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 คน คือ นายอัศวิน หรือ "วิน" ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ถูกจับกุมตัวได้ที่ สปป.ลาว มีรายงานข่าวว่า เจ้าตัวให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ตำรวจจึงพาตัวไปค้นพยานหลักฐานเพิ่ม ที่บริษัทของ "นายวิน"
ส่วน นายพิชิต อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ถูกจับกุมตัวได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย แล้วถูกพาตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม พบว่าได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 5 ข้อหา กับทั้ง 3 คน ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร เอาไปเสีย ซ่อนเร้น หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสาร ปลอมแปลงเอกสารราชการ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดย นายอัศวิน และ นายพิชิต ตำรวจจะคุมตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขังพรุ่งนี้ พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว
ขณะที่วันนี้มี เจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ช. นำแฟ้มเอกสาร และพยานหลักฐานไปเข้าพบพนักงานสอบสวน และร่วมสอบปากคำผู้ต้องหาในคดีนี้ด้วย