วัยรุ่นคูเวต น้ำตาตก ถูกจับปรับ-ให้ไปจ่ายเงินสดในที่เปลี่ยว แฉใบเสร็จค่าปรับเป็นบิลเงินสด มาเที่ยวบ่อย ทำผิดก็ยอมรับที่ต้องจ่ายค่าปรับ แต่เสียใจที่ต้องมาเจอแบบนี้ พฤติกรรมน่ากลัว
ค่ำวานนี้ (14 ก.ค.69) กลุ่มนักท่องเที่ยว ชาวตะวันออกกลาง ประเทศคูเวต อายุประมาณ 20-30 ปี เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวถึงพฤติกรรมของกลุ่มคนที่อ้างตัวเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ โดยระบุว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนในเมืองพัทยา แต่กลับถูกตำรวจในเครื่องแบบ จับกุมคดีความผิดจราจร ในเรื่องที่ผิดพวกตนก็ยอมรับ และไม่ได้ติดใจที่ถูกโดนดำเนินคดี แต่เริ่มเกิดข้อสงสัย และคิดว่าอาจถูกรีดทรัพย์หรือไม่ เนื่องจากเมื่อถูกจับปรับจะได้รับใบเสร็จรับเงินค่าปรับเป็นบิลเงินสด แม้ตำรวจจะปฎิเสธว่าไม่ใช่ใบเสร็จของทางสถานีตำรวจ เป็นใบเสร็จปลอม
แต่เมื่อพวกตนถูกจับอีกหลายครั้ง ก็ยังได้รับบิลเงินสดแบบเดิม ทั้งยังขอเรียกรับค่าปรับเป็นเงินสดเท่านั้น และที่น่าตกใจคือเรียกไปปรับในที่เปลี่ยว ลับตาคน ไม่ยอมให้เข้าไปจ่ายค่าปรับที่โรงพัก จึงขอให้ผู้สื่อข่าวช่วนตรวจสอบ พร้อมนำคลิปที่แอบถ่ายในขณะถูกจับ และบิลเงินสดมามอบให้เป็นหลักฐานด้วย
กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวคูเวต เปิดเผยผ่านล่าม ว่า พวกตนมาเที่ยวพัทยาบ่อยครั้ง จนกระทั่งช่วงวันหยุดของปีนี้ ได้พากันเดินทางตามปกติ และรู้ดีว่าห้ามกระทำผิดกฎหมาย ทั้งในเรื่องของการขับขี่รถจักรยานยนต์ หากถูกดำเนินคดีอย่างถูกต้องก็ยอมรับผิด แต่หลายครั้งที่ถูกจับมองว่าไม่มีความชัดเจน ทั้งในเรื่องของการถูกแจ้งข้อกล่าวหา แล้วถูกปรับในอัตราที่แพงมหาโหด 3,500-5,000 บาท ในแต่ละคืนถูกจับ 2-5 ครั้ง หากไม่อยากถูกยึดรถ ก็ต้องไปจ่ายค่าปรับ โดยจะมีชายนิรานามทำหน้าที่รับเงินค่าปรับ ส่วนตำรวจยืนคุมเชิงอยู่ห่าง ๆ
ประเด็นที่นักท่องเที่ยวสงสัย คือ เมื่อขอไปจ่ายค่าปรับที่โรงพัก กลับถูกปฏิเสธเสียงแข็ง และต้องจ่ายค่ายกเก็บรักษารถ ให้จ่ายเป็นเงินสด ไม่รับโอน หากอยากได้ใบเสร็จจะต้องเสียค่าใบเสร็จแยกอีก 500 บาท บิลเงินสดค่าปรับ มีรายละเอียดระบุข้อหาและค่าปรับอย่างชัดเจน พอนำไปแสดงกับเจ้าหน้าที่รายอื่นก็ได้รับคำชี้แจงว่าของปลอม ก็ต้องยอมถูกจับปรับซ้ำ ๆ มิหนำซ้ำเคยมีกรณีขับขี่เฉี่ยวชนกันล้ม ก็ถูกคนกลุ่มเดิม 2-3 คน ที่เคยจับปรับ เรียกไปปรับในลักษณะเดิมจนเป็นภาพจำทุกวัน
ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มนักท่องเที่ยว ผู้สื่อข่าวได้นำข้อมูลมอบให้ผู้บังคับบัญชาทั้งในพื้นที่ และผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่อาจสร้างความเสื่อมเสียต่อองค์กรของตำรวจ หากเป็นความจริงจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ให้เกิดความชัดเจนกับประชาชนและนักท่องเที่ยว