ห้องข่าวภาคเที่ยง - แม่ของผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว รับศพลูกสาวที่เป็นอาสากู้ภัย กลับบ้านเกิดไปบำเพ็ญกุศล
แม่รับศพ น้องอุ้ม อาสากู้ภัย กลับบ้าน จ.บุรีรัมย์
ส่วนใหญ่แล้วครอบครัว วอนเจ้าของโรงเบียร์ รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แม่ของน้องอุ้ม ร่ำไห้รับศพลูกสาว และจุดธูปเชิญดวงวิญญาณ ขึ้นรถกู้ภัย กลับบ้านไปบำเพ็ญกุศล ที่อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ น้องอุ้มเป็นอาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมใจกาฬสินธุ์กุศลสงเคราะห์
บรรยากาศที่บ้านโคกว่านพัฒนา ตำบลหูทำนบ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ บ้านของน้องอุ้ม อายุ 31 ปี อดีตเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย เป็นไปด้วยความโศกเศร้า แม่ของน้องอุ้ม เล่าว่า ลูกสาวไปทำงานโรงงาน ในกรุงเทพฯ หาเงินส่งทางบ้าน
ลูกสาวเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูกชายอายุ 13 ปี ที่เรียนหนังสืออยู่ ม.1 แม่ยังทำใจไม่ได้ กับอุบัติเหตุเพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตลูกสาวไปไม่มีวันกลับ และมองว่า ให้เท่าไหร่ก็ไม่คุ้มกับความสูญเสียลูกสาวผู้เป็นที่รัก และเป็นอนาคตของครอบครัว อยากให้เจ้าของโรงเบียร์ ที่เปิดเป็นสถานบันเทิง ให้ความเป็นธรรมและรับผิดชอบเยียวยากับสิ่งที่เกิดขึ้น
พ่อ-แม่ทำใจไม่ได้ สูญเสียลูกชาย จ.ศรีสะเกษ
อีก 1 ครอบครัว ที่สูญเสียลูกชาย อายุ 21 ปี ไปจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว
มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ส่งศพถึงบ้านที่จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงเช้ามืด ที่บ้านตาเหมา ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
เช้าวันนี้ ญาติ ๆ มาร่วมงานศพ และจะร่วมกันทำพิธีเรียกขวัญ ขณะที่ พ่อกับแม่ เผยเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต หลังจาก ลูกจบ ม.6 ไปทำงานนึ่งข้าวขายที่ ย่านลาดพร้าว ส่งเงินกลับมาบ้าน มาช่วยพ่อแม่เลี้ยงน้อง ที่ยังอยู่ชั้น ม.2
แม่อาลัย ลูกไปไม่ถึงฝันอยากเป็นตำรวจ จ.มหาสารคาม
ส่วนที่ บ้านหนองบัวน้อย ตำบลหนองไผ่ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม บ้านของน้องมุก หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว
แม่ของน้องมุก เล่าทั้งน้ำตาว่า น้องมุก เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี แล้วไปทำงานที่กรุงเทพฯ กับลูกพี่ลูกน้อง เพิ่งเริ่มงานได้ไม่ถึงเดือน ความฝันอีกอย่างของน้องมุก คือ อยากไปสอบตำรวจ อยากเป็นตำรวจเหมือนพ่อ แต่สุดท้ายน้องก็ยังไปไม่ถึงความฝันนั้น ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์ร้ายแรงที่พรากชีวิตลูกไป