เห็นเพลิงไหม้คนแรก แต่ไม่หนีเพราะพยายามช่วยชีวิตทุกคน

เห็นเพลิงไหม้คนแรก แต่ไม่หนีเพราะพยายามช่วยชีวิตทุกคน

View icon 31
วันที่ 15 ก.ค. 2569 | 16.30 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
ร่างของ พันจ่าอากาศเอก พฤฒิพงษ์ พุดมอญ หรือ กวาง มือคีย์บอร์ด วงทศกัณฐ์ ถึงวัดบ้านเกิดแล้ว ครอบครัวเผยกวางเป็นฮีโร เพราะเป็นคนแรกที่เห็นเพลิงลุกไหม้ จึงบอกให้ทุกคนหนี พยายามช่วยให้ทุกคนปลอดภัย จนตัวเองหนีออกมาไม่ทัน โดยเจ้าตัวตั้งใจจะลาออกจากวงสิ้นเดือนนี้ แต่เกิดเหตุสลดก่อน

วันนี้ (15 ก.ค. 2569) เวลา 12.00 น. ที่วัดแหลมคาง ต.แม่ลา อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้นำร่าง พันจ่าอากาศเอก พฤฒิพงษ์ พุดมอญ หรือ กวาง มือคีย์บอร์ด วงทศกัณฐ์ ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ส่งให้กับพ่อแม่และญาติดำเนินพิธีทางศาสนา บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเมื่อพ่อกับแม่เห็นร่างของลูกชายร้องไห้แทบขาดใจ ผู้เป็นแม่ได้โผเข้ากอดรูปของลูกชายทันที พร้อมพูดว่า "แม่ขอกอดหน่อย แม่ขอกอดหนูเป็นครั้งสุดท้าย" ซึ่งทางครอบครัวได้มีการจัดเตรียมสถานที่เพื่อจัดพิธี นำคีย์บอร์ด แซกโซโฟน และชุดทหารมาตั้งหน้าโลงศพของผู้ตายด้วย

นายวิศิษฐ์ศักดิ์  อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นญาติกับผู้ตาย บอกว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว มันไม่น่าจะเกิดขึ้น ปัญหาไฟไหม้เกิดขึ้นแบบนี้หลายครั้งแล้ว ผับ บาร์ โรงเบียร์ ควรต้องมีการแก้ไขอย่างจริงจัง ขอให้เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

ด้านนายสุรพล อายุ 67ปี เป็นลุงของผู้น้องกวาง เล่าว่า ตามข่าวน้องกวางเป็นผู้เห็นเพลิงไหม้ก่อนและรีบบอกให้ทางสมาชิกในวง 11 คน วิ่งหนีแต่เขายังไม่หนี เขาถึงได้เสียชีวิต ถ้าเกิดเขากระโดดหนีก่อนเขารอด ถือว่าเขาเป็นฮีโรในเหตุการณ์

นางสาวชัญญานุช น้องสาวของกวาง เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า "เสียใจ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่จะเสียใจไม่นานตามที่พี่ต้องการ พยายามจะตั้งสติ ตั้งหลักดูแลครอบครัวต่อไป พี่ชายเป็นเสาหลักของบ้าน ดูแลครอบครัว ดูแลพ่อ ดูแลแม่ ดูแลน้อง มาตลอด เป็นคนใจดีมากกับทุกคน เป็นคนรักคนอื่น ช่วยเหลือคนอื่นเสมอ ใครมาขอความช่วยเหลือ เป็นคนตั้งใจจริง เป็นคนขยันอดทน สมกับที่เขาเป็นชายชาติทหารคนหนึ่ง เหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เขาเป็นคนแรกที่เห็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ เขาบอกให้ทุกคนหนี เขาพยายามให้ทุกคนปลอดภัยที่สุด แล้วเขาคิดว่าเขาจะออกมาได้ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ออกมา

เขาเล่นดนตรีมาหลายสิบปีแล้ว วันนึงนอนแค่ไม่ถึงชั่วโมง เล่นดนตรีเสร็จ ตี1-ตี2 ไปนอนเช้าตื่นมาทำงานต่อ เขาบอกว่าเขาเหนื่อย เขาอยากนอนพักแล้ว ล่าสุดที่เขาบอกกับหนูคือ อยากกลับบ้านมาทำโรงเรือนปลูกผักที่เขาทำอยู่ให้มันสำเร็จ สิ้นเดือนนี้เขาจะเล่นดนตรีเป็นเดือนสุดท้าย หลังจากทำงานราชการทหารอากาศที่ดอนเมือง วันเสาร์อาทิตย์จะกลับมาทำโรงผัก แต่มันก็ไม่ทัน เขาคงได้พักเร็วเกินไป อยากจะบอกกับพี่ชายครั้งสุดท้ายว่า ขอบคุณที่เขาดูแลพ่อแม่ ดูแลน้องมาตลอด ที่บอกว่าอยากพักผ่อนคือได้พักผ่อนแล้ว อะไรที่เขาทำอยู่เขาก็ทำสำเร็จแล้ว ถึงเวลาที่เขาต้องพักสักที หลับให้สบาย

หนูจะทำตามสัญญาก็คือ พากลับบ้าน มาหาพ่อหาแม่ ไม่ต้องนอนในรถเหมือนที่ทำอยู่บ่อยๆ กับมานอนที่บ้าน ในห้องนอนของตัวเอง นอนที่นอน หมอน ผ้าห่มที่มันอบอุ่น ห้องแอร์ที่มันเย็นๆ หนูเอาเครื่องดนตรีที่พี่รักกลับมาให้ด้วย นั่งเล่นดนตรีที่บ้านให้มีความสุข ว่างๆ ก็ออกไปดูสวนผักที่ตัวเองอยากทำ เหนื่อยก็นอนพัก หิวก็มากินข้าว ชีวิตพี่ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ก็รักเขา หนูอาจจะไม่ได้บอกเขาบ่อย แต่เขารู้อยู่ว่าหนูรักเขา"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง