หมวดนัท เปิดใจ ใส่ชุดบีบีกันเต็มยศเข้าพื้นที่วันเกิดเหตุ เพราะต้องเซฟตัวเองให้ปลอดภัย ไม่ได้ตั้งใจให้คนเข้าใจผิด ย้ำชัด เข้าพื้นที่ในฐานะจิตอาสา อปพร. ส่วน "วอดำ" ที่ใช้ ยอมรับซื้อมาจากคลองถม พร้อมยอมรับผิด ที่เข้าไปให้ข้อมูลกับนายกฯ และข้อมูลที่บอกนายกฯ แบบนั้น เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวด้วย
วันนี้ 15 กรกฎาคม 2569 ว่าที่ ร.ท.ชิตพงศ์ หรือ “หมวดนัท” เปิดใจหลังกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม จากกรณีการให้ข้อมูลกับนายกรัฐมนตรี ในคืนวันที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว โดยระบุว่า ตนเองเป็นอาสาสมัคร และเป็นกรรมการศูนย์ประสานอาสาสมัครป้องประกันภัยฝ่ายพลเรือนเขตพญาไท วันที่เกิดเหตุกำลังนั่งรับประทานอาหาร แล้วเห็นข่าวในไลน์กลุ่ม อพปร.พญาไทว่า มีเหตุเพลิงไหม้ที่ร้านอาหารใกล้เคียงลาดพร้าว ซอย 1 และมีผู้ติดค้างจำนวนมาก ตนเองจึงรีบไปที่เกิดเหตุ
ส่วนสาเหตุที่แต่งตัวเต็มยศไปแบบนั้น เพราะวันนั้นไปงานบีบีกันมาก่อน ซึ่งมีชุดติดอยู่ในรถ ก่อนจะเข้าที่เกิดเหตุจึงคิดว่าการเซฟตีตัวเอง ไม่เป็นภาระคนอื่นดีที่สุด จึงได้หยิบเครื่องแบบนั้นมาใส่ ตนเองไม่ได้ตั้งใจให้คนเข้าใจว่าเป็นทหาร แต่ที่ติดบัตรประจำตัวที่ระบุว่ายศ ว่าที่ร้อยโท ไป เพราะต้องการแสดงตัวว่า เป็นอาสาสมัคร และต้องการแสดงตนให้ชัดเจน เผื่อใครเห็นจะได้เรียกใช้ และเป็นหลักฐานว่าตนเองผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว
และกรณีที่ตนเองได้เข้าไปให้ความคิดเห็นกับ นายอนุทิน ชาญกูล นายกรัฐมนตรี ว่า ประตูหลังของร้านถูกล็อกด้วยกลอน 2 ชั้น ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของตนเอง ที่มองว่า ทางร้านอาจจะกลัวลูกค้าหนีไม่จ่ายตังค์ หรือ บางคนเมาแล้วออกประตูนี้ แล้วไม่จ่ายเงินก็ได้ ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งมีคลิปเสียงยืนยันในวันเกิดเหตุที่ระบุว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว เพราะตนเองมองว่า หากตนเองเป็นเจ้าของร้านก็จะทำแบบนี้ในช่วงสถานการณ์ปกติ และเหตุผลที่ตนเองรายงานเหตุแบบนั้นกับนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าไม่ทราบว่า คำพูดวันนั้น อาจจะต้องเป็นคำพูดที่จะไปเป็นพยานในชั้นศาล หรือมีผลกระทบทางกฎหมาย ตนเองยอมรับว่าผิดและขออภัยในตรงนี้
ส่วนการติดป้ายที่ชุดระบุว่า army แล้วมีชื่อตนเองอยู่ข้างล่าง ตนเองติดเพื่อประดับชุดเท่านั้น ซึ่งชุดไม่ใช่เครื่องแบบสนามลายพรางดิจิทัลของกองทัพบกไทย (ทบ.) หรือว่าชุดราชการกลาโหม ซึ่งเป็นชุดที่เวลาไปงานบีบีกันก็จะใส่ลักษณะนี้ ซึ่งในระเบียบของกระทรวงกลาโหมไม่ใช่ลายนี้ วันเกิดเหตุตนเองอยู่ในพื้นที่ก่อนนายกรัฐมนตรี แล้วหลังจากนั้นนายกฯก็เข้ามา ซึ่งไม่ได้นั่งรถมากับนายกรัฐมนตรี ไม่ได้รู้จักนายกฯ เป็นการส่วนตัว หลังเข้าจุดเกิดเหตุจากนั้นได้เจอรุ่นพี่ที่เรียนอาคารสูงมาด้วยกัน จึงได้เข้าไปรายงานตัวว่าตนเองได้เข้ามาในพื้นที่ เพราะหากตนเองสูญหายไปในร้าน จะได้รู้ว่าเกิดเหตุกับตนเอง
“หมวดนัท” เผยต่อว่า แม้พื้นที่เกิดเหตุจะไม่ใช่พื้นที่เขตพญาไทที่ตนเองมีตำแหน่งกรรมการศูนย์ประสานงานอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน แต่ตนเองมีจิตอาสา และเมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ลักษณะนี้ กำลังพลอาจจะไม่เพียงพอ ตนเองจึงอยากจะเข้าไปช่วยเหลือในนามจิตอาสาคนหนึ่งไม่ได้มีอะไรแอบแฝง สิ่งที่ช่วยเจ้าหน้าที่ในวันนั้น คือ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้ช่วยเจ้าหน้าที่กั้น Police Line เพื่อกั้นแนวเขตระหว่างตัวร้านกับทางเท้า และช่วยเก็บทรัพย์สินของผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต อย่างเช่น โทรศัพท์ของผู้ประสบภัยที่ญาติโทรเข้ามา จึงได้เสนอแนะรองผู้การฯ ท่านหนึ่ง เรื่องการรับสายโทรศัพท์มือถือที่ญาติโทรเข้ามา เพื่อแจ้งข่าวผู้ประสบภัย เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลได้อีกทางหนึ่ง หลังจากนั้น ได้เดินดูโดยรอบพื้นที่ว่ามีอะไรที่จะสามารถช่วยเหลือได้หรือไม่ และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
ตนเองไม่อยากให้สังคมกล่าวหา ว่าตนเองมั่วบ้านงาน เพราะไม่อยากให้ใช้คำนี้ เนื่องจากเหตุการณ์แบบนี้ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น มันอาจจะทำให้กระทบกระเทือนจิตใจของญาติผู้สูญเสีย ซึ่งหนึ่งในผู้สูญเสียก็คือจ่ากวางเป็นเพื่อนของตนเอง เรียนช่างฝีมือทหารมาด้วยกัน
ส่วนวอดำที่ใช้นั้น ตนเองได้ไปอบรมวิทยุสื่อสารแบบสังเคราะห์ความถี่ของสำนักเทศกิจกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า ตนเองมีสิทธิใช้อย่างถูกต้อง เพราะต้องสื่อสารกับศูนย์วิทยุ อปพร. เขตพญาไท ส่วนวิทยุสื่อสารที่ซื้อมานั้น ซื้อมาจากคลองถม ไม่ได้มีการแจ้ง แต่คลื่นความถี่ที่ล็อกไว้เป็นคลื่นความถี่ที่ใช้กับศูนย์อุบัติภัยตามระเบียบของ อปพร.ที่กำหนดไว้
และกรณีที่มีการแชร์รูปภาพของตนเองในโลกโซเชียลที่สวมชุดอาชีพต่างๆ และเครื่องแบบเข็มต่างๆนั้น อย่างเช่น เข็มสงครามทุ่น จากกรมการทหารช่าง ตนเองได้รับเอกสารมาอย่างถูกต้อง และได้รับจากมือผู้บัญชาการทหารบก ณ เวลานั้น ซึ่งได้ เพราะตนเองไปทำงานจิตอาสาต่างๆ แล้วเก็บเป็นภาพถ่าย แล้วส่งไปขอ ซึ่งทางหน่วยจะเป็นผู้พิจารณาเอง ส่วนดาว 2 ดาว ชุดเหรียญแพรที่หน้าอก ก็เป็นชุดเต็มยศของว่าที่ร้อยโท ซึ่งสามารถใส่ได้ตามระเบียบของกองทัพบก ส่วนกรณีปีกร่มเอราวัณชั้นกิตติมศักดิ์ กับ ปีกร่ม หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ก็ได้รับมาจริงๆ เพราะส่งโปรไฟล์การทำจิตอาสาไปให้ทางหน่วยพิจารณา
“หมวดนัท” ยืนยันว่า ตนเองไม่ใช่ตำรวจ แต่ตนเองเป็นนักแสดง เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วตนเองมีงานละค แต่ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีแล้ว