บุกช่วย 2 นศ.ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้กักขังตัวเองและให้โอนเงินโดยสูญเงินไป 9 แสนบาท

บุกช่วย 2 นศ.ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้กักขังตัวเองและให้โอนเงินโดยสูญเงินไป 9 แสนบาท

View icon 94
วันที่ 15 ก.ค. 2569 | 17.02 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตำรวจสืบสวนปากคลองรังสิต บุกช่วย 2 นศ.ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้กักขังตัวเองและให้โอนเงินอ้างได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยสูญเงินไป 9 แสนบาท

วันนี้ (15 ก.ค.69) พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต, พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รองผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิต, พ.ต.ต.อิทธิพล พุทธรักษา สว.สส.สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ได้ร่วมกันแถลงข่าวบุกเข้าช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ชั้นปีที่ 2 จำนวน 2 คน ซึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้กักขังตัวเองและโอนเงินคนละ 450,000 บาท

ด้าน พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต กล่าวว่า วันนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ได้เข้าช่วยเหลือเหยื่อ ซึ่งเป็นนักศึกษาจำนวน 2 คน จากแก๊งสแกมเมอร์  โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกนักศึกษาว่าจะได้ทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและมีเอกสารยืนยันจากทางมหาวิทยาลัย 

ด้าน พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิต กล่าวว่า คดีนี้เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เรียกค่าไถ่ ซึ่งคดีนี้เรามีการตรวจสอบการใช้สัญญาณโทรศัพท์ พบว่าสัญญาณโทรศัพท์มีการใช้อยู่ที่ต่างประเทศ  ซึ่งต่อมาช่วงเช้าวันนี้ เรามีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากห้องที่น้องพักอยู่ เหยื่อรายแรกได้ออกจากห้องพักไปเมื่อช่วงสายๆของเมื่อวานนี้ ไปที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ใน ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี และเมื่อเข้าไปตรวจสอบในรีสอร์ตก็พบว่าน้องได้ออกไปแล้ว และเมื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดก็พบว่าน้องเต อายุ 19  ปี นักศึกษา อยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากรีสอร์ตเท่าไหร่ ก็เจอรถจักรยานยนต์ของน้องจอดอยู่ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานทางมาบ้านหอพัก เมื่อเข้าไปในห้องเราเจอน้องเตจริง แต่เราเจอน้องอีกคนหนึ่งซึ่งก็อยู่ภายในห้องทราบชื่อน้องปลื้ม อายุ 19 ปี นักศึกษา ซึ่งน้องปลื้มถูกผ้าขนหนูมัดเท้าอยู่ ซึ่งเราแจ้งให้น้องทั้งสองคนทราบว่าเราคือตำรวจจริง ซึ่งคนร้ายก็วิดีโอคลอตลอดและเห็นว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เข้าช่วยเหลือน้องทั้ง 2 คน ได้เมื่อช่วงเวลา 10 โมงของวันนี้ ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกนักศึกษาตอนนี้ได้กลับมาหลอกอีกแล้ว

ตนเองก็อยากฝากเตือนพ่อแม่หรือผู้ปกครองว่าตำรวจไม่มีการวิดีโอคลอหาผู้เสียหาย และไม่โอนเงินเด็ดขาด

ด้านแม่ของน้องปลื้มบอกว่าวันอาทิตย์ลูกชายโทรศัพท์มาขอเงินจำนวน 350,000 บาท ตนเองก็คุยกับลูกว่าจะเอาเงินไปทำอะไร ลูกบอกว่า ลูกดีใจที่จะได้ไปต่างประเทศ ซึ่งตนเองรวบรวมเงินได้ 2แสนและวันจันทร์จะโอนไปให้อีก ซึ่งลูกบอก 2 แสนก่อนก็ได้ครับ ต่อมาลูกโทรศัพท์มาบอกว่าต้องใช้เงิน 3 แสนครับ ซึ่งตนเองก็โอนไปจำนวน 350,000 บาท พอช่วงเย็นของวันจันทร์ลูกชายโทรศัพท์มาบอกว่าเอาเงินออกไปบัญชีไม่ได้อีก 1บัญชี ซึ่งบัญชีมีทั้งหมด 2 บัญชี 1 แสนบาทกับ350,000 บาทรวมเงินสูญเสียไปจำนวน 450,000 บาท ซึ่งตนเองวิดีโอคลอหาลูกทุกวัน ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าลูกไปทำอะไรมาบ้างและตนเองก็พยามยามถามลูกว่าเงินยังอยู่ไหมแคปหน้าจอให้ดูหน่อย จากนั้นแก๊งคลอเซนเตอร์ก็คุยกับแม่ว่าจะต้องเสียเงินระหว่างไปอยู่ที่โน้นอีกตนเองก็บอกว่ามันไม่ใช่ล่ะ เราก็ไปค้นหาข้อมูลก็พบว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาจารย์ทางมหาวิทยาลัยก็โดนปลอมเฟซบุ๊ก ซึ่งตนเองก็รีบมาหาลูกและตำรวจโทรศัพท์ไปบอกว่าได้ช่วยลูกชายตนเองเอาไว้ได้แล้ว

ส่วนนายต้า อายุ 23 ปี เล่าว่า ผู้ปกครองของน้องเต ได้โทรศัพท์มาหาตนเองว่า ติดต่อน้องไม่ได้เลยให้ไปดูให้หน่อย ซึ่งตนเองเป็นญาติกับน้องเตอยู่แล้ว ซึ่งทางหอพักก็ให้คีย์การ์ดเข้าไปดู พอไปแล้วก็ไม่เจอน้องเต หลังจากนั้นทางบ้านเขาก็ให้ไปแจ้งความหน่อยได้ไหม น้องเขาโดนมัดมือมัดเท้าเรียกค่าไถ่อยู่ ตนเองก็เลยมาแจ้งความประมาณ 5 โมง เย็นของเมื่อวานนี้ ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ พ่อผมโทรมาบอกว่าเตได้โทรมาขอยืมเงิน 5 หมื่นบาท พ่อก็โอนให้เตไป ซึ่งตนเองก็ขึ้นไปหาเตก็ได้ยินเสียงเขาคุยกับใครอยู่ก็ไม่รู้ และเตก็บอกกับปลายสายว่ามีญาติมาขอคุยกับญาติก่อน เมื่อวันอาทิตย์ และตนเองได้มาแจ้งความเมื่อวันอังคาร และวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถช่วยเหลือเอาไว้ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง