เช้านี้ที่หมอชิต - ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ฯ ขยับขึ้นรายวัน ล่าสุด 33 คน ด้านญาติทยอยรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลยังภูมิลำเนา ท่ามกลางความโศกเศร้า
มูลนิธิป่อเต็กตึ๋ง นำร่าง พันจ่าอากาศเอก พฤฒิพงษ์ พุดมอญ หรือกวาง มือคีย์บอร์ด ประจำวง "ทศกัณฐ์" ไปส่งมอบให้กับครอบครัว ที่วัดแหลมคาง ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี พ่อ-แม่ ได้จุดธูปเรียกดวงวิญญาณลูกชาย ลงจากรถ
และทันทีที่แม่เห็นรูปตั้งหน้าโลงศพของลูกชาย รีบโผเข้าไปกอด พร้อมด้วยทั้งน้ำตาว่า "แม่ขอกอดหน่อย ขอหนูเป็นครั้งสุดท้าย" ญาติได้นำชุดทหาร คีย์บอร์ดและแซกโซโฟน ของผู้เสียชีวิตมาภายในงานด้วย
น้องสาวของผู้เสียชีวิต เผยด้วยความเศร้าใจ คิดไม่ถึงจะเกิดเหตุแบบนี้ จะพยายามตั้งสติ เสียใจไม่นาน ตามที่พี่ต้องการ เพื่อทำหน้าที่ดูแลครอบครัวต่อไป สำหรับพี่ชายเป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น ขยันอดทนสมกับเป็นชายชาติทหาร เช่นเหตุเพลิงไหม้ พี่ชายเห็นเพลิงคนแรก รีบบอกให้ทุกคนหนี พยายามช่วยให้ทุกคนปลอดภัย และสุดท้ายตัวเองก็ออกมาไม่ทัน
พี่ชายเล่นดนตรีมานานหลายสิบปี วันหนึ่งนอนไม่กี่ชั่วโมง เช้าก็ต้องตื่นไปปฏิบัติหน้าที่ราชการทหาร ที่กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ เคยบ่นให้ฟังว่าเหนื่อยอยากจะพัก จึงขอลาออกจากวงสิ้นเดือนนี้
ตั้งใจว่าช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จะกลับมาปลูดผักไฮโดรโปนิกส์ขาย ทำโรงเรือนเอาไว้ 3 โรงเรือน พร้อมปลูกผักสลัดเอาไว้จำนวนหนึ่ง แต่มาจากไปไวกว่าที่คิด
ส่วนที่บ้านพัก อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ครอบครัวนนำศพ สิบตำรวจตรี หรือ โฟล์คอายุ 25 ปี ตำรวจสังกัดสันติบาล กลับไปตั้งบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางความเสียใจ กำหนดประกอบพิธีฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมนี้ แม่เสียใจอย่างหนักจนพูดไม่ออก
พ่อของผู้เสียชีวิต บอกว่า 2 สัปดาห์ก่อนครอบครัวเพิ่งจะพากันไปเที่ยวชะอำไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอลูกชาย วันเกิดเหตุหลังญาติ โทร.มาบอก พ่อไม่คิดว่าเหตุจะรุนแรงขนาดนี้ เพราะคิดว่าลูกชายเป็นตำรวจ ผ่านการฝึก น่าจะเอาตัวรอดได้ หากลูกหนีเอาตัวรอดคนเดียวก็คงจะออกมาได้ แต่มีแฟนที่ไปด้วย ด้วยความเป็นห่วงได้ย้อนกลับเข้ามาช่วย ทำให้ตัวเองสำลักควันขาดอากาศหายใจล้มฟุบในห้องน้ำเสียชีวิต
พ่อบอกอีกว่า ลูกชายทั้ง 2 คน เป็นตำรวจ โฟล์คเป็นเด็กมีมานะ ขยันอ่านหนังสือ เพียรพยายามไปสอบตำรวจ 3 ครั้งถึงจะติด ได้มีอาชีพที่มั่นคง ต่างจากพ่อที่เป็นคนขับแท็กซี่ แต่เวลาไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้ ลูกชายคงทำบุญมาน้อย คนอยู่ก็ต้องสู้ต่อไป
ส่วนที่บ้านพัก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ครอบครัว นำศพ นายสิทธิพงษ์ หรืออาร์ท พนักงานเสิร์ฟกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศล มีชาวบ้าน และญาติ ๆ มาช่วยกันจัดงานศพเนื่องจากฐานะครอบครัวยากจน เบื้องต้นก็มีเจ้าหน้าที่ ศูนย์ดำรงธรรมเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ประสานงานที่สิ่งที่ขาดเหลือ
แม่ของผู้เสียชีวิตพิการแขนขาอ่อนแรงบอกว่า รู้สึกเสียใจอย่างมาก อาร์ตเป็นลูกชายคนเล็ก ยังไม่มีครอบครัว ตั้งใจไปทำงานเพื่อหาเงินส่งมาเลี้ยงแม่ และจะปลูกบ้านให้แม่อยู่ แต่มาจากไปเสียก่อน ก่อนเกิดเหตุ ฝันเห็นลูกชายใส่เสื้อยืดสีขาว ไม่พูดไม่จาเดินกลับกลับเข้าห้องนอน ตื่นมายังไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง จนคืนต่อมาก็เกิดเหตุร้าย ครอบครัวกำหนดสวดอภิธรรมศพ 1 คืน วันนี้จะประกอบพิธีฌาปนกิจ ที่เมรุวัดหนองทัพ
ส่วนที่วัดมะสงค์ อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ครอบครัวประกอบพิธีรดน้ำศพ นางสาวนภสร อายุ 22 ปี เสียชีวิตบริเวณประตูหนีไฟตรงห้องน้ำ ที่มีโต๊ะขายลูกอมตั้งขวางทางอยู่ แม่บอกว่า มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยเหลือเงินมา 20,000 บาท แต่งหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าช่วยเหลือนำส่งมาศพอย่างดี ส่วนเจ้าของร้านบอกว่าจะช่วยเหลือ 10,000 บาท ยังไม่ได้รับสักบาท แต่ไม่ว่าจะเยียวยาเท่าไหร่ก็ไม่อยากได้รับ
เพราะหากลูกยังมีชีวิตอยู่หาเงินได้มากกว่านี้แน่นอน แถมมีลูกวัยเพียง 2 ขวบ จะเยียวยาเป็นล้านบาทก็ไม่คุ้ม ยอมรับว่าลูกไปเที่ยว แต่ทางร้านควรจะดูแลเรื่องความปลอดภัยให้มากกว่านี้ ลูกไปเที่ยวกับเพื่อนรวม 4 คน แต่รอดกลับมาแค่เพียงคนเดียว