กรมบัญชีกลาง เตรียมปรับกฎหมาย สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ วาง 4 มาตรการคุมการเบิกจ่าย ลดช่องโหว่ทุจริต ย้ำไม่ตัดสิทธิรักษา เปิดรับฟังความคิดเห็นถึง 8 ส.ค.69 นี้
กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่าง พ.ร.ฎ.เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่...) พ.ศ… ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.ฎ.เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 เพื่อปรับปรุงระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ และบุคคลในครอบครัว ให้มีความโปร่งใสมากขึ้น พร้อมปิดช่องโหว่การใช้สิทธิที่ไม่เหมาะสม และควบคุมงบประมาณด้านสาธารณสุขของภาครัฐ
หลังกรมบัญชีกลางตรวจพบพฤติกรรมการใช้สิทธิผิดปกติในบางกรณี เช่น การเข้ารับการรักษาในหลายสถานพยาบาลในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน หรือเข้ารับบริการมากกว่า 3 แห่งต่อเดือนด้วยโรคเดียวกัน จนได้รับยาประเภทเดียวกันสะสมเกินความจำเป็น ส่งผลให้รัฐต้องแบกรับภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น
โดย ประเด็นสำคัญของร่างกฎหมายหรือกฎหมายที่นำมารับฟังความคิดเห็น มีดังนี้
1.กำหนดให้สถานพยาบาลที่จะสามารถใช้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลังเพื่อประโยชน์ในการเชื่อมโยงระบบการเบิกจ่ายอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็ว และสามารถป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.กำหนดให้ผู้มีสิทธิมีหน้าที่และความรับผิดชอบในพฤติกรรมของบุคคลในครอบครัวในการใช้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาล มิให้มีการใช้สิทธิอย่างไม่สมควรหรือโดยมิชอบ
3.กำหนดให้ผู้มีสิทธิมีอิสระในการเลือกให้บุคคลในครอบครัวบุคคลใดสามารถใช้สิทธิสวัสดิการ หรือจะแจ้งระงับการใช้สิทธิสวัสดิการของบุคคลในครอบครัวบุคคลใดก็ได้
4.สร้างกลไกที่ส่งเสริมให้สถานพยาบาลต้องมีนโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
การผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้มีขึ้นท่ามกลางภาระงบประมาณสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยข้อมูลของกรมบัญชีกลางระบุว่างบประมาณส่วนดังกล่าวแตะระดับกว่า 90,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้ภาครัฐต้องเร่งวางมาตรการควบคุมค่าใช้จ่าย ควบคู่กับการปิดช่องโหว่การเบิกจ่ายที่ผิดปกติหรือซ้ำซ้อน
อย่างไรก็ตาม กรมบัญชีกลางยืนยันว่า การปรับปรุงครั้งนี้ไม่ใช่การยกเลิกสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ แต่เป็นการยกระดับระบบให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่ามากขึ้น
เปิดรับฟังความคิดเห็นถึง 8 ส.ค. 2569
ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชกฤษฎีกาได้จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ผ่านระบบกลางทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ :
ระบบรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมาย (law.go.th)

