ป้าร่ำไห้ ผ่านมา 4 เดือน คดีไม่คืบ นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ถูกคนร้ายย่องฉกกระเป๋า สูญทรัพย์สินที่เก็บมาทั้งชีวิต ทองรูปพรรณหนักเกือบ 5 บาท เงินสด 2.5 หมื่นบาท ส่วนคนร้ายหนีลอยนวล
วันนี้ (16 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสมปอง อายุ 63 ปี ชาว อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีที่ สภ.เขาสวนกวาง หลังหลานชายร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่าคดีไม่คืบหน้า เนื่องจากถูกคนร้ายขโมยกระเป๋าสะพายของ นางสมปอง ขณะเข้ารับการรักษาตัวที่หอผู้ป่วย รพ.เขาสวนกวาง ซึ่งภายในกระเป๋ามีสร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท ราคาประมาณ 150,000 บาท พร้อมพระหลวงปู่เงินเลี่ยมนาค จำนวน 1 องค์ ราคาประมาณ 1,000 บาท สร้อยข้อมือหนัก 2 บาท ราคาประมาณ 150,000 บาท , แหวนทองหนัก 50 สตางค์ และเงินสด จำนวน 25,000 บาท รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 03.00 น. โดยได้แจ้งความแล้วที่ สภ.เขาสวนกวาง ตั้งแต่เกิดเหตุ แต่ไม่มีความคืบหน้า
นางสมปอง เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 69 ตนกลับจากเผาศพพี่ชายที่ต่างอำเภอ เมื่อถึงบ้านจึงนอนพัก จากนั้นเวลาประมาณ 02.00 น. เกิดอาการแน่นหน้าอก เพราะมีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบหีดและความดันสูง จึงเรียกกู้ชีพไปรับนำส่งที่ รพ.เขาสวนกวาง เมื่อถึงแพทย์บอกว่าต้องให้ยาและต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 3-4 วัน ส่วนสามีก็นอนอยู่ที่ระเบียงด้านหน้านอกห้องผู้ป่วย โดยตนเอากระเป๋าสะพาย ซึ่งมีทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายในชีวิตเอาไว้ วางไว้บนหลังตู้เหล็กที่เป็นตู้เก็บของผู้ป่วยที่ตั้งอยู่ข้างเตียง
ต่อมาช่วงดึกคืนวันที่ 2 มี.ค. 69 แพทย์ให้ยาตน หลังรับยาเสร็จตนก็หลับเลย ตื่นขึ้นมาตอนตี 4 ของวันที่ 3 มี.ค. 69 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่มาทำความสะอาดในห้อง ตนต้องตกใจมาก เพราะไม่พบกระเป๋าสะพายของตนที่วางไว้บนตู้เก็บของที่ข้างเตียงแล้ว จึงตะโกนลั่นห้องว่ากระเป๋าหาย ในกระเป๋ามีทรัพย์สินหลายอย่าง จากนั้นก็โทรศัพท์แจ้งตำรวจ จากนั้นตำรวจก็มาตรวจที่เกิดเหตุ โดยพบว่ามีกล้องวงจรปิดในห้องพักรักษาตัวของผู้ป่วยอยู่ประมาณ 3 จุด แต่ละจุดบันทึกภาพคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุได้ แต่ไม่เห็นใบหน้า ซึ่งผ่านมาเกือบ 4 เดือนแล้ว ก็ยังไม่สามารถจับตัวคนร้าย และนำทรัพย์สินกลับคืนมาให้ตนได้
นางสมปอง บอกอีกว่า อยากให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบสวน สอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ด้วย เพราะทรัพย์สินและเงินทองที่หายไปนั้น เป็นก้อนสุดท้ายในชีวิตที่เก็บมา และหวังว่าจะจับกุมคนร้ายได้ในเร็ว ๆ นี้ จะได้ไม่ไปก่อเหตุ สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก
ด้าน พ.ต.อ.พีรณัฐ งามเลิศรัตนชัย ผกก. สภ.เข้าสวนกวาง กล่าวว่า ในกรณีดังกล่าวว่า หลังจากตำรวจลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ ก็สอบสวนเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลรวมทั้งผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในห้องผู้ป่วยที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ เนื่องจากทุกคหลับหมด จึงตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดในโรงพยาบาล พบว่าคนร้ายเป็นชายรูปร่างผอม สูงประมาณ 170 เซนติดเมตร อายุประมาณ 40-50 ปี เข้ามาในห้องผู้ป่วยแล้วก็เดินสำรวจตามเตียงต่าง ๆ ก่อนจะหยิบเอากระเป๋าสะพายที่วางบนตู้ข้างเตียงของ นางสมปอง ไป จากการตรวจสอบวงจรปิดด้านนอกพบว่าคนร้ายทิ้งกระเป๋าไว้ที่ร่องระบายน้ำในโรงพยาบาล แล้วก็เดินออกจากโรงพยาบาลไปที่ถนนมิตรภาพ ในขณะที่การตรวจสอบโดยรอบ รพ.เขาสวนกวาง ก็พบกระเป๋าสะพายของนางสมปอง ใบที่ถูกคนร้ายขโมยไป ถูกทิ้งไว้ในร่องระบายน้ำในโรงพยาลบาล ในกระเป๋าพบเพียงโทรศัพท์มือถือของ นางสมปอง เพียง 1 เครื่อง ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ ถูกร้ายนำไปทั้งหมด จึงได้คืนกระเป๋าและโทรศัพท์มือถือให้ผู้เสียหาย
ในส่วนของการสืบสวนหาตัวคนร้าย รวมถึงนำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนนั้น ตำรวจไม่ได้ละเลย เพราะทำการสืบสวน และนำตัวเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลที่ใส่รองเท้าชนิดเดียวกัน สีเดียวกันกับคนร้ายมาสอบสวนแล้ว แต่ไม่พบพิรุธ จึงปล่อยตัวไป นอกจากนี้ยังประสานขอความช่วยเหลือจาก สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น และสืบสวน ภ.4 ลงพื้นที่สืบสวนหาตัวคนร้ายแล้วเช่นกัน
นอกจากนี้จากการสืบสวนของตำรวจชุดสืบสวนยังพบว่า เหตุการณ์คนร้ายลักทรัพย์ในห้องพักรักษาตัวของผู้ป่วยในโรงพยาบาลนั้น ยังเกิดขึ้นที่ รพ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 69 และ รพ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 69 ซึ่งจากการตรวจสอบลักษณะของคนร้ายที่ก่อเหตุ 3 เหตุ มีแผนประทุษกรรม และพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน แต่ยังไม่ฟันธงว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกัน เชื่อได้ว่าน่าจะตระเวนไปตามจังหวัดต่าง ๆ ด้วยรถโดยสารสาธารณะ แล้วลงจากรถเดินเท้าเข้าไปในโรงพยาบาล สังเกตการณ์ก่อนจะลงมือ
ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ย้ำอีกว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลักฐานที่มีในเบื้องต้นไม่เห็นหน้าคนร้าย และไม่มีหลักฐานที่จะกล่าวหาหรือจับกุมคนที่ต้องสงสัยได้ ขอให้ผู้เสียหายเชื่อในการทำงานของตำรวจ ว่าจะติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ และฝากถึงประชาชนที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หากมีทรัพย์สินติดตัวมา ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลหรือแจ้งตำรวจในท้องที่ใกล้เคียงให้ทราบ เพื่อจะได้เก็บรักษาทรัพย์สินมีค่าไว้ให้