ป.ป.ส. เดินหน้ายุทธการตัดเนื้อร้าย บุกรวบพนักงานท้องถิ่น เสพยาบ้านาน 5 ปี สุ่มตรวจรอดทุกครั้ง ชาวบ้านสุดทนแจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่จับตรวจฉี่พบผลบวก ชงต้นสังกัดฟันวินัยไล่ออก
วันนี้ (17 ก.ค.69) สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 8 เดินหน้ากวาดล้างยาเสพติด ตามนโยบายรัฐบาลกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด ภายใต้ "ยุทธการตัดเนื้อร้าย" มุ่งเน้นกวาดล้างและจัดระเบียบเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ล่าสุดจากเบาะแสสายด่วน 1386 เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังฝ่ายปกครองจังหวัดพังงา บุกรวบพนักงานสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งใน จ.พังงา หลังพบพฤติกรรมเสพยาบ้ามานานกว่า 5 ปี เตรียมชงเรื่องต้นสังกัดฟันวินัยร้ายแรงให้ออกจากราชการทันที
สืบเนื่องจาก นายโชติพันธ์ จุลเพชร ผอ.สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 8 มอบหมายให้ นายธมนต์ สีห์รา และ น.ส.สุพัตรา ช่วยแก้ว นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดพังงา ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หลังได้รับแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1386 เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งในพื้นที่มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด และเคยก้าวผ่านการสุ่มตรวจปัสสาวะของหน่วยงานมาได้โดยไม่ถูกดำเนินการใดๆ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ทนไม่ไหวและแจ้งเบาะแสเข้ามา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังรุดเข้าตรวจสอบบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลถ้ำน้ำผุด อำเภอเมือง จังหวัดพังงา พบตัว นาย ส. (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ผู้ถูกร้องเรียน ซึ่งปัจจุบันเป็นพนักงานจ้างตามภารกิจของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดพังงา
จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์การเสพยาเสพติด และเมื่อทำการตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย เมื่อจำนนต่อหลักฐาน นาย ส. จึงให้การรับสารภาพว่า ตนเสพยาบ้ามานานถึง 5 ปีแล้ว โดยเสพเฉลี่ยวันละ 2-3 เม็ด ล่าสุดได้สั่งซื้อยาบ้าจำนวน 10 เม็ดจากคนรู้จัก โดยชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานเส้นทางการเงินทั้งหมดไว้แล้ว และทางฝ่ายปกครองจังหวัดพังงาจะกำหนดเป็นเป้าหมายในการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ค้าต่อไป
สำหรับมาตรการลงโทษนั้น ทางฝ่ายปกครองจังหวัดพังงา นำโดยปลัดจังหวัดพังงา จะทำหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงไปยังต้นสังกัด เพื่อดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาด ซึ่งตามแนวทางปฏิบัติของจังหวัดพังงาและมาตรการภายใต้ยุทธการตัดเนื้อร้าย มีนโยบาย Zero Tolerance (ไม่อดทนต่อยาเสพติด) หากพบข้าราชการหรือลูกจ้างของรัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการทันที โดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งก่อนหน้านี้หน่วยงานต้นสังกัดดังกล่าวเคยมีคำสั่งไล่ออกพนักงานที่ตรวจพบสารเสพติดมาแล้วถึง 7 ราย ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลพังงา พร้อมเร่งขยายผลให้ถึงต้นตอผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ส. ขอเน้นย้ำว่า นโยบายการปราบปรามยาเสพติดในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐถือเป็นวาระเร่งด่วนตาม "ยุทธการตัดเนื้อร้าย" ที่ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากประชาชนพบเห็นเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ หรือบุคคลใดมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเสพหรือค้า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด เพื่อความปลอดภัยของผู้แจ้งและเพื่อร่วมกันสร้างสังคมปลอดภัย