ขออัยการสอบพยานล่วงหน้า คดีเพลิงไหม้โรงเบียร์

View icon 14
วันที่ 17 ก.ค. 2569 | 11.10 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ในการเร่งพิสูจน์หาสาเหตุเพลิงไหม้ร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ตำรวจได้พยานหลักฐาน และความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องที่พบสารพิษไซยาไนด์ ที่เกิดจากการเผาไหม้วัสดุภายในร้าน และผลการพิจารณาสภาพข้อเท็จจริงของร้าน ก็พบว่าตกสำรวจมาตรฐานอยู่หลายข้อ

ชาย 1 คน และหญิง 2 คน ที่เข้าไปภายในร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" คือ พนักงานของร้าน ที่ได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เกี่ยวกับข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ ที่มีผู้เสียชีวิต 33 คน บาดเจ็บ 71 คน โดยตำรวจได้พาตัวมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อให้ชี้จุดยืนยันตามคำให้การ

นายสถาพร หรือ "นิว" พนักงานเสิร์ฟ บอกว่า ตั้งแต่ที่ตัวเองทำงานที่ร้านมา 2 ปี ไม่เคยเห็นความผิดปกติในร้าน ไม่รู้ระบบไฟ หรือการตกแต่ง และตั้งแต่ที่เริ่มทำงานร้านก็ตกแต่งแบบนี้อยู่แล้ว

ผลจากการตรวจสอบของตำรวจ ที่ได้พาตำรวจฝ่ายอำนวยการ 5 ที่เชี่ยวชาญเรื่องสถานบันเทิงมาร่วมให้ข้อมูลด้วย พบว่า ถ้านำเอา พ.ร.บ.สถานบริการมาตรวจสอบ จะพบว่าร้านที่เกิดเหตุแทบไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยแม้แต่ข้อเดียว

แหล่งข่าวที่เป็นชุดสืบสวนสอบสวน ให้ข้อมูลว่า ที่ไม่ผ่านเกณฑ์เริ่มตั้งแต่ประตูไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการติดตั้งระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย ระบบดับเพลิง หรือ สปริงเกอร์ ทางหนีไฟ มีป้ายแจ้งเตือนน้อยกว่ามาตรฐาน ส่วนเหตุที่ต้องนำกฎหมายฉบับนี้มาพิจารณา เพราะสภาพของร้านที่เกิดเหตุ เข้าข่ายการเป็นสถานบริการ หรือ สถานบันเทิง มากกว่าร้านอาหารกึ่งผับ ที่มีการขออนุญาต

อีกประเด็นสำคัญที่ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พูดในการให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมเมื่อวานนี้ คือผลการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตทั้ง 33 คน ที่ส่วนใหญ่พบว่าเกิดจากการขาดอากาศหายใจ เพราะสูดเอาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และสารไซยาไนด์ เข้าไปในร่างกาย

ตามที่แพทย์นิติเวช ลงความเห็นประกอบกับผลการพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุพบว่า มีสารไซยาไนด์ตกค้างอยู่ทั่วทั้งร้าน โดยต้นตอมาจากวัสดุ 2 ชนิด คือ โฟมซับเสียงที่ติดอยู่รอบเพดาน และหญ้าเทียมที่ปูพื้น

แพทย์นิติเวช ระบุว่า เมื่อวัสดุที่มีสารไซยาไนด์เหล่านี้ถูกเผาไหม้เป็นควัน ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยการปิดกั้นระบบหายใจ ทำให้ผู้สูดดม หายใจไม่ออก และหมดสติภายในเวลาเพียง 4 นาที การที่เจ้าของร้านเลือกใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดสารอันตรายเหล่านี้มาตกแต่งร้าน อาจถูกนำไปพิจารณาประกอบการดำเนินคดี ฐาน "กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต" ได้

สำหรับความคืบหน้าการสอบปากคำพยาน ตำรวจได้สอบปากคำไปแล้วกว่า 100 คน และวันนี้ก็จะพาพยานที่เป็นชาว สปป.ลาว 18 คน ซึ่งเป็นกลุ่มพนักงาน และเด็กเสิร์ฟภายในร้าน ไปขอให้พนักงานอัยการ สอบปากคำพยานล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้พยานแอบเดินทางกลับประเทศไปก่อนกระบวนการศาลฯ จะแล้วเสร็จ ส่วนพยานปากสำคัญ เช่น กลุ่มเจ้าของร้าน และหุ้นส่วน จะพิจารณาสอบปากคำในภายหลัง โดยเฉพาะเจ้าของร้านที่ตอนนี้ยังรักษาตัวในห้อง ICU

ข่าวที่เกี่ยวข้อง