ซัดรัฐบาลตั้งเงื่อนไขเข้มงวด ทำคนจนจริงหลุดขบวนรับสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

ซัดรัฐบาลตั้งเงื่อนไขเข้มงวด ทำคนจนจริงหลุดขบวนรับสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

View icon 52
วันที่ 17 ก.ค. 2569 | 15.44 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“ศิริกัญญา” ซัดรัฐบาลตั้งเงื่อนไขแข็งโป๊ก ทำคนจนจริงหลุดขบวนรับสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่  ซัด “ก.คลัง” ไม่มีแผนรองรับอุทธรณ์ ทำคนสับสนอลหม่าน เผย “กรมการขนส่งทางบก” สายไหม้แล้ว

(17 ก.ค.69) นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศรับรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีปัญหาหลายคนถูกตัดสิทธิ์ว่า ทางรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังมีการวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นว่า ปีนี้จะเป็นปีที่มีการลงทะเบียนใหม่ และจะพยายามลดจำนวนผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการการแห่งรัฐ ซึ่งเราสังเกตได้จากตัวงบประมาณที่ปีนี้ตั้งวงเงินไว้แค่ 42,000 ล้านบาท จากปกติใช้อยู่ที่ประมาณ 50,000 กว่าล้านบาท

ดังนั้นรัฐบาลคิดเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่า จำเป็นจะต้องลดจำนวนผู้ที่จะได้รับสิทธิ ให้เหลือประมาณ 9-10 ล้านคน จึงต้องมีการปรับเกณฑ์ให้เข้มข้นและเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดจำนวนคนที่จะได้รับสิทธิ แต่วิธีการลดจำนวนทำให้อาจจะทำให้มีหลายคนที่เป็นคนจนจริง เดือดร้อนจริง ต้องตกหล่น

นางสาวศิริกัญญา กล่าวอีกว่า  คนที่ตกคุณสมบัติทั้ง ๆ ที่เป็นคนที่เดือดร้อนจริง บางเกณฑ์เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางคนเพิ่งรู้ตัวว่ามีรถ ถูกเอาชื่อไปสวมสิทธิ หรือ มีที่ดินไม่ถึง 10 ไร่ ก็กลายเป็นมีเกิน  หรือรถมอเตอร์ไซต์ที่ห้ามมีเกินหนึ่งคัน แต่ลูกนำชื่อไปใช้ ก็กลายเป็นว่า ตนเองต้องหลุดจากสิทธิบัตรสวัสดิการเช่นเดียวกัน จึงเป็นคำถามตัวโต ๆ ว่า ความพยายามของรัฐบาล ที่ต้องการกรองคนออกไปให้มากที่สุดวันนี้ กลับกลายเป็นว่ากรองคนที่เดือดร้อนจริงออกไปด้วยหรือไม่ และคนที่มีรายได้น้อยส่วนหนึ่งจะตกหล่นหรือไม่ ต้องรอดูว่ากระบวนการการอุทธรณ์จะมีผลรวดเร็วแค่ไหน

นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ตอนนี้กลายเป็นว่า คนที่ลงทะเบียนทางไหนก็อุทธรณ์ทางนั้น  ทำให้ธนาคารคนเต็ม กรมการขนส่งทางบกที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองรถ สายไหม้โทรไม่ติดเป็นการสะท้อนการทำงานของกระทรวงการคลังโดยสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ที่อาจจะยังไม่ได้เตรียมพร้อมเรื่องกลไกการอุทธรณ์ให้เรียบร้อย เพราะจำเป็นจะต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานอื่น และหน่วยงานอื่นก็อาจจะยังไม่เตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการอุทธรณ์วันนี้ จึงกลายเป็นความสับสนอลหม่านอยู่ตอนนี้  จึงอยากให้รัฐบาลรีบเร่งแก้ปัญหานี้ ให้สมกับความตั้งใจที่อยากจะหาผู้เดือดร้อนจริงให้เจอ อย่าให้เขาต้องหลุด เพราะตาข่ายการกรองถี่เกินไปเข้มงวดเกินไปจนคนที่จนจริงไม่ได้รับประโยชน์

เมื่อถามว่า เป็นเพราะรัฐบาลมีปัญหาเรื่องงบประมาณหรือไม่จึงทำให้มีการตั้งเงื่อนไขที่เข้มงวดมากขึ้น นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องงบประมาณคงเป็นส่วนหนึ่งเพราะจริง ๆ แล้วมีปัญหามาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569  ซึ่งเป็นปีแรกที่รัฐบาลตั้งใจให้ลงทะเบียนใหม่  และวันนั้นก็ได้รับงบประมาณเพียงแค่ 30,000 ล้านบาทเท่านั้น ผู้เท่ากับว่าผู้ที่ถือบัตรคนจนจะต้องจะต้องหายไปอีกครึ่งหนึ่ง แต่ปี 2570 เพิ่มขึ้นเป็น 42,000 ล้านบาท ก็อาจจะทำให้ได้ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเกือบ 10 ล้านคน

นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อว่า จริง ๆ แล้วรัฐบาลก็พยายามจะคัดกรองคนให้ได้มากที่สุด โดยใช้เกณฑ์ที่แข็งตัวมาก ๆ คือต้องผ่านทุกคุณสมบัติถึงจะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ความเป็นจริงในแต่ละความเดือดร้อน มีน้ำหนักและดีกรีไม่เท่ากัน เช่น คนที่รายได้ไม่สูง อาจจะมีที่ดินเกิน 10 ไร่ แต่ที่ดินนั้นหาทำประโยชน์อะไรไม่ได้เลย ได้ซึ่งจะโชว์ในรายได้อยู่แล้วว่า ได้ปีละไม่กี่หมื่นบาท  หรือมีที่ดินมากกว่า 10 ไร่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่เดือดร้อน หรือเรื่องหนี้สิน ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยที่บังเอิญไปกู้หนี้ยืมสินเกิน 100,000 บาท กลายเป็นว่า ก็ต้องหลุดจากเกณฑ์นี้ด้วย ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง เขาอาจจะหารายได้จากที่ลงทุนไม่พอกับการจ่ายหนี้สินด้วยซ้ำไป แต่ก็ต้องหลุดจากเกณฑ์นี้ไป

ทั้งนี้คิดว่า รัฐบาลอยากแก้ไขความผิดพลาดในอดีตที่เคยปล่อยให้มีคนได้รับบัตรสวัสดิการเยอะเกินไป มีคนที่ไม่จนจริง ประกอบกับปัญหางบประมาณทำให้การคัดกรองที่เข้มงวด และแข็งตัวมาก กลายเป็นว่า คนที่เดือดร้อนจริงไม่ได้รับประโยชน์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง