เจาะประเด็นข่าว 7HD - ภรรยาร่ำไห้ อาลัยสามีเสียชีวิตจากการที่แพทย์วินิจฉัยอาการป่วยผิดพลาด ท่ามกลางพิธีรดน้ำศพ ภรรยาเสียน้ำตาแทบขาดใจ
ภรรยาร่ำไห้ บอกลาสามีที่จากไป เพียงเพราะแพทย์วินิจฉัยโรคผิดพลาด หลังผลชันสูตรยืนยัน สามีเสียชีวิตจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น ไม่ใช่อาการแพนิกตามที่แพทย์พาร์ตไทม์วินิจฉัย ปล่อยให้กลับบ้าน
ภรรยาคาใจ หากสามารถได้รับการตรวจหัวใจตั้งแต่แรก อาจมีโอกาสรอดชีวิต โดยงานศพได้จัดขึ้นที่วัดบำเพ็ญเหนือ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
ล่าสุด โรงพยาบาลซานคามิลโล ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 กรณีผู้ป่วยเสียชีวิต โดยระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า แพทย์คนดังกล่าวมีการสื่อสารกับคนไข้และญาติด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ เข้าข่ายผิดข้อบังคับการทำงานของโรงพยาบาล และผิดจริยธรรมวิชาชีพเวชกรรมที่กำหนดให้ปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยความสุภาพ
โรงพยาบาลจึงมีคำสั่งให้แพทย์คนดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ มีผลตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 พร้อมยืนยันจะดูแลเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ และขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยแพทย์เจ้าของไข้คนดังกล่าวอายุกว่า 70 ปี และเป็นแพทย์อายุรกรรมพาร์ตไทม์ ทำงานกับโรงพยาบาลมานานกว่า 10 ปีแล้ว ขณะนี้ไม่สามารถติดต่อได้
มีคำถามว่าเหตุใดภรรยาผู้เสียชีวิตถึงไม่ย้ายโรงพยาบาลให้สามีตั้งแต่แรก เธอยืนยันว่าไม่ได้นิ่งเฉย และมีความพยายามที่จะหาโรงพยาบาลอื่นมาโดยตลอด แต่ก่อนที่สามีจะจากไป เขาได้บอกว่าอยากไปรับลูกที่โรงเรียนก่อน ค่อยมาทำเรื่องย้ายโรงพยาบาล เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้ไปรับลูกตอนเลิกเรียนเลย ครั้งนี้จึงอยากจะรับลูก ๆ ทั้ง 3 คนด้วยตัวเอง
ขณะที่ สำนักงานประกันสังคม เผยว่า หากโรงพยาบาลให้การรักษาไม่ได้มาตรฐาน หรือผิดสัญญา จะดำเนินการลงโทษด้วยการลดศักยภาพสถานพยาบาล คือ ไม่ให้แพทย์คนดังกล่าวรับรักษาผู้ประกันตน
ส่วนแพทยสภารับเรื่องตรวจสอบแล้ว พร้อมมอบหมายนิติกร และผู้ช่วยเลขาธิการด้านจริยธรรมรวบรวมข้อเท็จจริง ประสานข้อมูลกับโรงพยาบาล สำนักงานประกันสังคม กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเวชระเบียน ผลชันสูตร คำชี้แจง และพยานหลักฐานทั้งหมดว่าการรักษาเป็นไปตามมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย