ถอดใจ ! ไม่อยากไปกู้หนี้มาจ่ายค่าตรวจกรรมสิทธิ์ครอบครองรถ

ถอดใจ ! ไม่อยากไปกู้หนี้มาจ่ายค่าตรวจกรรมสิทธิ์ครอบครองรถ

View icon 721
วันที่ 20 ก.ค. 2569 | 11.26 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ไหนบอกว่าฟรี ? ป้าโวย หลังตรวจข้อมูลกรรมสิทธิ์รถ หลังถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ต้องจ่ายเงินหลักพัน สุดท้ายยอมถอดใจ ไม่ยอมไปต่อ เพราะไม่อยากกู้หนี้ยืมสิน มาจ่ายค่าดำเนินการ

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอุทัยธานี ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาติดต่อขอตรวจสอบข้อมูลรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ หลังถูกตัดสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากระบบแสดงข้อมูลว่ามีกรรมสิทธิ์ครอบครองรถ โดยล่าสุดมีประชาชนเข้ารับบัตรคิวแล้วมากกว่า 200 คิว เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอุทัยธานีได้เร่งอำนวยความสะดวกและเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลให้กับประชาชน พร้อมประกาศให้ผู้ที่ได้รับคิวตั้งแต่หมายเลข 100 เป็นต้นไป ออกไปรับประทานอาหาร หรือพักผ่อนก่อน แล้วกลับมาดำเนินการอีกครั้งในช่วงบ่าย เพื่อลดความแออัดและไม่ให้ประชาชนต้องรอเป็นเวลานาน

จากการสอบถามพบว่า ผู้ที่เดินทางมาติดต่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุจากหลายอำเภอในจังหวัดอุทัยธานี โดยหลายคน พบว่าระบบแสดงข้อมูลการครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เป็นข้อมูลย้อนหลังนานกว่า 20 ปี บางคนไม่เคยทราบว่าชื่อยังคงอยู่ในระบบ ทำให้ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางคนถึงกับถอดใจ หลังทราบว่าบางกรณี อาจมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการหลักพันบาท จนประกาศขอไม่ดำเนินการต่อ เพราะไม่มีเงินเพียงพอ หากต้องจ่ายก็อาจต้องกู้หนี้ยืมสิน จึงอยากให้ภาครัฐช่วยตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

โดยนางสิริเกตุ อายุ 57 ปี ชาวอำเภอหนองฉาง เปิดเผยว่า ตนเป็น 1 ในผู้ที่ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากระบบระบุว่ามีรถยนต์ 3 คัน แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าเป็นหมายเลขทะเบียนของรถจักรยานยนต์ ซึ่งรถทั้ง 3 คันนั้น เคยเป็นของตนจริงตั้งแต่สมัยอาศัยอยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ได้จำหน่ายไปนานแล้ว ปัจจุบันเหลือใช้งานเพียง 1 คันเท่านั้น

นางสิริเกตุ กล่าวว่า เดิมทีตั้งใจจะมาดำเนินการตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา แต่เห็นข่าวว่ามีผู้เสียค่าใช้จ่ายหลายรายการ จึงยังไม่กล้ามาเพราะมีเงินติดตัวไม่มาก กระทั่งมีข่าวว่ากรมการขนส่งทางบกจะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบข้อมูล จึงตัดสินใจเดินทางมาในวันนี้ แต่เมื่อสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ กลับได้รับแจ้งว่า ในกรณีของตนเองยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เช่น การชำระภาษีย้อนหลังและการถอนรายการรถจักรยานยนต์ออกจากระบบ คันละประมาณ 300 บาท ทำให้รู้สึกสับสน เพราะไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้รับจากข่าว

สุดท้ายจึงตัดสินใจไม่ดำเนินการต่อ และยอมสละสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ เนื่องจากไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้ดำเนินการ เพราะตนเองนั้นก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำถ้าจะต้องหาเงินหลักพันบาทมาจ่ายก็อาจจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา อีกทั้งยังไม่มั่นใจว่าหลังเสียค่าใช้จ่ายแล้วจะได้รับสิทธิ์หรือไม่ เพราะอาจต้องเตรียมเงินไว้ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท หรืออาจมากกว่านั้น