สหรัฐฯ กับอิหร่านยังปะทะกันเป็นวันที่ 9 ติดต่อกัน ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งเกิน 90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารในอิหร่านเป็นคืนที่ 9 ติดต่อกัน เพื่อลดทอนศักยภาพของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่ ประธาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ อ้างว่าการโจมตีอิหร่านวานนี้ (19 ก.ค.) เพื่อแสดงความคารวะต่อทหารอเมริกัน 3 นาย ที่เสียชีวิตจากการโจมตีจอร์แดนและอิรัก จากการโจมตีของอิหร่าน และทำให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ด้าน ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA ระบุว่า กำลังตรวจสอบว่ามีความเสี่ยงทางรังสีใด ๆ หรือไม่ หลังจากอิหร่านอ้างว่าโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ดาร์โควิน (Darkhovin) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ถูกสหรัฐฯ โจมตีเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ระบุว่า โลกจะได้รู้ความจริงว่า "อาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน" คือช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลเคยเสนอผลประโยชน์ต่าง ๆ แลกกับการสละยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ แต่อิหร่านไม่ยินยอม
ขณะที่ ชาติอาหรับ ประณามการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนในประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย และย้ำว่าสหรัฐฯ กับอิหร่าน ต้องเร่งทำข้อตกลงหยุดยิง เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาสัญจรได้อย่างเสรี
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์ หรือราคาตลาดโลก พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 90.40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน ขณะที่ ตลาดหุ้นเอเชียค่อนข้างผันผวนจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทั่วโลกอีกครั้ง
ขอบคุณภาพจาก U.S. Central Command