ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์กับชาย อายุ 30 ปี ที่ไปก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 10 บาท ภายในห้างสรรพสินค้าย่านนนทบุรี สุดท้ายหนีไม่รอด สารภาพก่อเหตุ จะนำเงินไปรักษาแม่ป่วยมะเร็ง
กล้องวงจรปิดภายในห้างสรรพสินค้า ย่านถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมืองนนทบุรี จับภาพขณะผู้ก่อเหตุ วิ่งหนีออกจากร้านทอง หลังเข้าไปก่อเหตุวิ่งราวสร้อยทอง น้ำหนัก 10 บาท โดยมีพนักงานร้านทองวิ่งไล่ตามไปติด ๆ
แต่พอผู้ก่อเหตุวิ่งไปถึงประตูทางออกด้านหลังห้างฯ รปภ. และพลเมืองดี เห็นเข้าพอดี จึงช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ เคราะห์ดีที่ชายคนก่อเหตุไม่มีอาวุธ หลังตำรวจเดินทางไปถึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
ผู้ก่อเหตุชื่อว่า นายพงศ์กร อายุ 30 ปี เป็นชาวจังหวัดชัยภูมิ ให้การอ้างว่า นั่งรถทัวร์มาจากบ้านเกิด 10.00 น. มาถึงสถานีขนส่งหมอชิต 15.00 น. หลังจากนั้นได้นั่งรถแท็กซี่ไปที่ห้างฯ
ตั้งใจนำพระ 2 องค์ ไปขาย แต่เซียนไม่รับซื้อ บอกว่าเป็นพระที่ไม่มีราคา ขณะเดินลงมาที่ชั้น 1 ผ่านร้านทอง ตัดสินใจเข้าไปขอดูสร้อยคอน้ำหนัก 10 บาท เมื่อพนักงานเผลอจึงลงมือก่อเหตุ สาเหตุที่ทำ หวังนำเงินไปรักษายาย ที่นับถือเป็นแม่ ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะที่ 3
พนักงานร้านทอง เล่าด้วยความตกใจ ผู้ก่อเหตุทำทีเข้ามาขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท ตอนที่หยิบให้ดูเธอจับทองเอาไว้แน่น เพราะผู้ก่อเหตุมีท่าทีแปลก ๆ ขณะจะขอดูทองอีกเส้น เธอปฏิเสธอธิบายว่าให้ดูทีละเส้น ทันใดนั้น ผู้ก่อเหตุได้กระชากทองไปจากในมือ ทำให้มือของเธอได้รับบาดเจ็บ
เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ผู้อื่น โดยวันนี้จะนำตัวออกมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง ยังไม่นำตัวไปฝากขังต่อศาลฯ
จากการสอบปากคำพบว่า อาจจะมีอาการป่วยจิตเวช ไม่พบประวัติการรักษาตัวจากโรงพยาบาล ส่วนพระที่นำมาขาย เจ้าตัวอ้างว่ามีราคา 700,000-800,000 บาท แต่พอนำไปขายกลับไม่มีใครรับซื้อ ที่อ้างว่าจะนำเงินไปรักษาอาการป่วยของแม่ พบว่าหญิงคนนี้เป็นยาย แต่นับถือเป็นแม่