“สีหศักดิ์” ย้ำ “ไทย” ต้องการเดินหน้าหารือทวิภาคีกับ “กัมพูชา”ปมเขตแดน “ทางทะเล-ทางบก” ส่วนเรื่องเปิดโต๊ะเจรจา รอไร้เหตุยั่วยุชายแดนก่อน
.
เมื่อวานนี้ (21 ก.ค.69) เวลา 21.30 ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จึงยืนยันว่า ไทยยึดผลการหารือของผู้นำทั้งสองประเทศ ในระหว่างการประชุม ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ว่าจะหารือทวิภาคี และ จะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน
.
จากนั้น จะหาทางฟื้นฟูความสัมพันธ์ และ เริ่มพูดคุยประเด็นเขตแดนทางทะเล ส่วนเขตแดนทางบกจะหารือด้วยในระดับหนึ่ง เช่น การเตรียมการในระดับเทคนิค แต่ในเมื่อกัมพูชาปิดประตูการพูดคุย แล้วไปสู่การประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ซึ่งไทยไม่ได้มีปัญหา แต่ตั้งข้อสังเกตุว่าทำไม ไม่ยอมคุยกับไทยก่อน
.
“ขอยืนยันว่าไทยไม่ได้ปิดประตูการเจรจา แต่ฝ่ายกัมพูชานั่นแหละ เป็นคนปิดประตู” นายสีหศักดิ์ กล่าว
.
สำหรับเรื่องเขตแดนทางทะเล เมื่อกัมพูชาเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญา UNCLOS แล้ว ต่างต้องเคารพในกฎหมายระหว่างประเทศ แล้วทำไมไม่ลองเจรจากัน
.
นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า ถ้ามีการเจรจาเขตแดนทางทะเล ก็อาจมีการเจรจาทางบกและชายแดนในระดับหนึ่งได้ แต่เมื่อไทยเสนอไปแล้ว กัมพูชาไม่ตอบสนอง ต้องการไปสู้กระบวนการประนอมภาคบังคับ ทั้งที่ยังมีประนอมแบบสมัครใจอยู่ด้วย จึงถือว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ตัดสินใจไม่เลือกเส้นทางนี้ ซึ่งก็คือ “การปิดประตูการเจรจา เรื่องเขตแดนทางบก”
.
กรณีฝ่ายกัมพูชา เรียกร้องให้มีการเจรจาทางบก แต่ยังมีความวุ่นวายเกิดขึ้นตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้คนไทยกังวลนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การประชุม เจบีซี เป็นเรื่องการปักปันเขตแดน แต่สถานการณ์ชายแดน เป็นมากกว่าการปักปันเขตแดน เพราะเป็นเรื่องของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
.
ดังนั้น ก่อนมีการประชุมเพื่อปักปันเขตแดน จะต้องมีมาตรการที่ทำให้ฝ่ายไทยมีความมั่นใจ หรือมีความร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิด ร่วมกันแก้ปัญหาสแกมเมอร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่ในแถลงการร่วมไทย-กัมพูชา ที่มาเลเซีย
.
“เรื่องของคณะ เจบีซี เป็นเรื่องทางเทคนิค ปักปันเขตแดน แต่สถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่ ไม่ใช่เรื่องทางเทคนิค แต่เป็นเรื่องความมั่นคงชายแดน จะทำอย่างไรให้ชายแดนของเรามีความมั่นคง มีความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ซึ่งถ้ามีอย่างนั้นได้แล้ว การทำงานเรื่องปักปันเขตแดนก็จะมีความคืบหน้าได้ แต่ถ้ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ เช่น เรื่องทุ่นระเบิด หรือ ขบวนการสแกมเมอร์ หรือไม่สามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ยังมีการยั่วยุกันอยู่ การเจรจา เจบีซี ที่เป็นเรื่องเทคนิค ก็จะคืบหน้าได้ยาก” นายสีหศักดิ์ กล่าว
.