สกัดจับเรือสปีดโบต ลอบขนอาวุธสงครามจากกัมพูชา พร้อมของกลาง อ้างรับจ้างขนไม่รู้ว่าคือปืน

สกัดจับเรือสปีดโบต ลอบขนอาวุธสงครามจากกัมพูชา พร้อมของกลาง อ้างรับจ้างขนไม่รู้ว่าคือปืน

View icon 31
วันที่ 24 ส.ค. 2569 | 11.46 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สกัดจับเรือสปีดโบต ลอบขนอาวุธสงครามจากกัมพูชา พร้อมของกลางอาวุธปืนอาก้า จำนวน 2 กระบอก พร้อมแมกกาซีน 102 อัน และเครื่องกระสุนกว่า 24,000 นัด อ้างรับจ้างขนไม่รู้ว่าคือปืน 

วันนี้ (24 ส.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ร่วมกันจับกุม นายสมจิตร อายุ 51 ปี สัญชาติไทย โดยกล่าวหาว่า

1.ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

2.ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาต

3.ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต

4.ใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาตใช้เรือ ตาม พ.ร.บ.เดินเรือฯ มาตรา 9 (ฉ.6) พ.ศ.2535

5.ทำการในเรือในตำแหน่งที่กฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือกำหนดให้ต้องมีประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถโดยมิได้รับประกาศนียบัตร ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456  มาตรา282 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย(ฉบับที่14)
    
พร้อมด้วยของกลาง

1.อาวุธ ปืนอาก้า (AK-47) จำนวน 2 กระบอก

2.เครื่องกระสุนปืนอาก้า (AK 47) (ขนาด 7.62 มม.) รวม 23,640 นัด

3.เครื่องกระสุนปืนกล (ขนาด 12.7 มม.) รวม 765 นัด

4.แมกกาซีนปืนอาก้า ( AK-47) จำนวน 102 อัน

5.ยานพาหนะ เรือสปีดโบต สีขาว - น้ำเงิน ไม่มีชื่อ ไม่มีหมายเลขทะเบียน ขนาด 3.37 225 แรงม้า จำนวน 1 ลำ พร้อมเทรลเลอร์ลากเรือ

6.โทรศัพท์มือถือ (เป็นของผู้ต้องหา) ตำแหน่งที่พบของกลาง พบของกลางซุกซ่อนอยู่ใต้ท้องเรือและห้องหัวเรือสปีดโบตไม่ทราบชื่อ และทะเบียนตามของกลางรายการที่ 5

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

พฤติการณ์ในคดี เปิดปฏิบัติการสกัดเรือสปีดโบตขนอาวุธสงครามใน จ.ตราด ปฏิบัติการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำแหลมงอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 นำไปสู่การตรวจยึดอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการใช้เรือสปีดโบตออกไปรับสิ่งของต้องสงสัยกลางทะเลบริเวณเกาะกูด ก่อนลำเลียงกลับเข้าฝั่งในพื้นที่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

โดยการแกะรอยจากเบาะแสสายลับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจน้ำแหลมงอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 ได้ร่วมกันสืบสวนหาข่าวในพื้นที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีการนำเรือสปีดโบตออกไปรับสิ่งของกลางทะเล โดยเชื่อว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย บริเวณทะเลใกล้เกาะกูด จ.ตราด จากนั้นจะลำเลียงสิ่งของดังกล่าวกลับขึ้นฝั่งที่ ท่าเทียบเรือแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ข้อมูลดังกล่าว ถูกรายงานต่อ พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ สว.ส.รน.5 กก.5 บก.รน. ซึ่งได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการเฝ้าสังเกตการณ์ทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือตามเบาะแส

เรือสปีดโบตเป้าหมายออกจากท่า ชุดปฏิบัติการทางบกพบเรือสปีดโบต สีขาว-น้ำเงิน มีลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง วิ่งออกจากท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง มุ่งหน้าออกสู่ทะเลไปทางเกาะกูดเจ้าหน้าที่ใช้กล้องส่องทางไกลตรวจสอบ พบว่าบนเรือมีบุคคลอยู่จำนวน 2 คน จึงรายงานความเคลื่อนไหวให้ พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ ทราบ

จากนั้นจึงมีคำสั่งให้ชุดปฏิบัติการทางบกและทางน้ำเตรียมเข้าติดตาม โดยนำเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำ รน.332 ออกปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง ชุดปฏิบัติการทางบกตรวจพบเรือสปีดโบตลำเดิมกำลังวิ่งกลับเข้าฝั่ง

จากการใช้กล้องส่องทางไกล เจ้าหน้าที่พบว่าบนเรือยังคงมีบุคคลอยู่ 2 คน เช่นเดียวกับช่วงที่เรือออกจากฝั่ง โดยเรือหันหัวมุ่งหน้ากลับมายังท่าเทียบเรือดิเรก จุดเดิมที่ออกเรือไป
จังหวะเรือเทียบท่า เจ้าหน้าที่เข้าควบคุม เมื่อได้รับรายงาน พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการทางบกและชุดปฏิบัติการทางน้ำ พร้อมเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำ รน.332 เข้าตรวจสอบและตรวจค้นเรือเป้าหมาย เมื่อเรือสปีดโบตแล่นเข้ามาเทียบกับเรือประมงที่จอดอยู่บริเวณท่าเทียบเรือดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ทั้งทางบกและทางน้ำได้เข้าปฏิบัติการ แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และเข้าควบคุมเรือสปีดโบ๊ทลำดังกล่าว ภายในเรือพบชาย 1 คน กำลังผูกเชือกเรือ มีท่าทางต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้น ชายดังกล่าวทราบชื่อภายหลังคือ นายสมจิตร อายุ 51 ปี เปิดห้องหัวเรือ พบกระสอบต้องสงสัย ระหว่างตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบ กระสอบจำนวนหลายกระสอบพันด้วยกระดาษกาว ซุกซ่อนอยู่บริเวณห้องหัวเรือและในระวางท้องเรือเมื่อเปิดตรวจสอบ สิ่งที่พบประกอบด้วยอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก

โดยผู้ต้องหารับสารภาพ อ้างรับจ้างขนของโดยไม่รู้ว่าเป็นอาวุธ จากการสอบถามเบื้องต้น นายสมจิตร ให้การว่า ตนเองและ นายศักรินทร์ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมเรือสปีดโบต ได้รับว่าจ้างให้ออกเรือไปรับของทางทะเล

แต่ในขณะรับงานนั้นไม่ทราบว่าสิ่งของดังกล่าวคืออะไร นายสมจิตร ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่าของกลางทั้งหมดได้รับมาจาก ชาวกัมพูชา ซึ่งขับเรือนำสิ่งของมาส่งกลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด ก่อนที่ตนเองและผู้ร่วมเดินทางจะนำเรือกลับมายังฝั่งจุดหมายปลายทางคือ ท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่เรือออกไปก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมและตรวจค้นเรือ นายศักรินทร์ ได้อาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี
แจ้งข้อกล่าวหา ก่อนส่งตัวดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้นายสมจิตร ทราบ

โดยนายสมจิตร รับทราบและเข้าใจข้อกล่าวหาเป็นอย่างดี ก่อนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสมจิตร พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แหลมงอบ จ.ตราด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วน นายศักรินทร์ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง