สนามข่าว 7 สี - ตำรวจ บก.ปอศ. บุกตรวจ 5 หมู่บ้านหรู หลังพบชาวจีนใช้นอมินีชาวไทยตั้งบริษัทซื้อบ้าน พร้อมสั่งยึด 33 หลัง มูลค่ากว่า 1,275 ล้านบาท
เป็นภาพขณะที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. บุกเข้าตรวจสอบหมู่บ้านหรู 5 แห่ง ย่านถนนพัฒนาการและกรุงเทพกรีฑา หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีชาวจีนครอบครองอสังหาริมทรัพย์ และปล่อยให้เช่าในหมู่ชาวจีนด้วยกัน ซึ่งชาวจีนที่พักอาศัยอยู่ พยายามบอกว่า บ้านเป็นทรัพย์สินของบริษัท ที่มี นางสาวปิยนุช และ นางสาคร 2 แม่ลูกชาวไทยเป็นเจ้าของ แต่ตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่า เบื้องหลังมีชายชาวจีน คือ นายห่าว เติ้ง คอยสั่งการให้ทั้งคู่จัดตั้งบริษัท 33 บริษัท เพื่อเข้าถือครองบ้านพัก จำนวน 33 หลัง ในหมู่บ้าน 3 แห่ง รวมมูลค่ากว่า 1,275 ล้านบาท
ซึ่งการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเหล่านี้ มีลักษณะอำพรางเพื่อซื้อบ้าน โดยมีสำนักงานทนายความ และบริษัทรับทำบัญชีแห่งหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการตั้งแต่การจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ไปจนถึงใช้บริษัทที่จดทะเบียนแล้วไปซื้อบ้านพักหรู โดยทุนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท และค่าบ้านพัก ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเงินทุนของนายห่าว เติ้ง ทั้งสิ้น เนื่องจาก นางห่าว เติ้ง เป็นแฟนหนุ่มของนางสาวปิยนุช ขณะที่นางสาวปิยนุช ก็เป็นเพียงพนักงานขายเบเกอรี ส่วนนางสาคร แม่ของนางสาวปิยนุช ก็ทำสวนยางพาราอยู่ที่จังหวัดเลย
และเมื่อมีลูกค้าชาวจีนติดต่อซื้อบ้านหรู ก็จะดำเนินการเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทที่ใช้ซื้อบ้าน โดยให้ลูกค้าชาวจีนเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ เพื่อครอบครองซื้อบ้าน บางหลังก็จะให้บริษัทเอเจนซี่ ซึ่งเป็นบริษัทนอมินีของชาวจีนหาลูกค้า
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจยึดพยานหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน 3 ฉบับ, สัญญาซื้อขายโอนลอยหุ้นของบริษัท 30 ชุด ซึ่ง 2 แม่ลูกชาวไทยลงนามไว้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น รอเพียงนายห่าว เติ้ง สั่งการ, หนังสือเดินทางหลายสัญชาติ รวม 15 เล่ม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 13 รายการ, วัตถุคล้ายธนบัตรไทยและต่างประเทศ จำนวนรวมประมาณ 1.4 ล้านบาท, สัญญาเช่าบ้าน, ใบเสร็จรับเงิน, เอกสารบริษัท, เอกสารงบการเงิน 24 ชุด และตราประทับบริษัทอีก 6 ชิ้น
หลังสอบสวนบริษัทและผู้เกี่ยวข้อง ตำรวจได้ออกหมายจับนายห่าว เติ้ง กับพวกทั้งหมด 21 คน แบ่งเป็นคนไทย 4 คน และคนจีนอีก 17 คน ในความผิดฐานนอมินีตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พร้อมรายงานไปยังกรมที่ดิน ให้จำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างต่อไป