อนุทิน นั่งประธานการประชุม คตท. ยกระดับต้านทุจริต

อนุทิน นั่งประธานการประชุม คตท. ยกระดับต้านทุจริต

View icon 48
วันที่ 23 ก.ค. 2569 | 13.16 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อนุทิน นั่งประธานการประชุม คตท. ยกระดับต้านทุจริต ยันไม่สนโพลวัดความรู้สึก “ชอบก็ว่าไม่โกง ไม่ชอบก็ว่าโกง หาสาระไม่ได้” ลั่นยึดหลักฐานเชื่อถือได้ รัฐให้ความร่วมมือเต็มที่ ปราบคอรัปชัน หวังไทยได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ

วันนี้ (23ก.ค.69) ระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ครั้งที่ 1 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในเวทีนานาชาติ เราได้รับความเชื่อมั่น และเป็นที่ไว้วางใจ หัวใจของการปฏิรูปไม่ใช่แค่เพียงการป้องกันการทุจริต แต่เป็นการยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความโปร่งใสความรับผิดชอบและการตรวจสอบได้

ต้องยอมรับว่าระบบมีช่องว่าง ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูป เป้าหมายของรัฐบาลจึงไม่ใช่แค่เพียงการเพิ่มคะแนน หรือการจัดลำดับให้ดีขึ้น ซึ่งลำดับนี้เป็นลำดับที่เป็นความรู้สึกของประชาชน แต่ตนไม่นับ เพราะถ้าไปถามคนที่ไม่ชอบรัฐบาล ก็บอกว่าโกง แต่ถ้าไปถามคนที่ชอบรัฐบาล ก็บอกว่าไม่โกง หาสาระอะไรไม่ได้ หากหาหลักฐานมาอ้างอิงได้ เราต้องยึดถือ เพื่อทำให้เป้าหมายของเราถูกต้อง

ขณะที่การถามความรู้สึกของประชาชนทั้งในและนอกประเทศ ต่อการคอร์รัปชัน และมีผลออกมาว่าไม่ดีระดับลดลงไป ในอีกทางหนึ่งคือทำให้ภาพพจน์ของประเทศเสียหาย เราต้องมาเน้นในเรื่องของการป้องกันปราบปรามการดำเนินคดี อย่างเข้มงวดอย่างที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทำมาโดยตลอด เราประกาศตัวเรื่องแก้คอร์รัปชันในทุกรูปแบบ การปราบปรามยาเสพติด การปราบปรามสแกมเมอร์ ปราบปรามการค้ามนุษย์ การปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ

ในด้านการปราบปรามการฟอกเงิน มีการยึดทรัพย์มากมาย ปปง. รายงานมาโดยตลอด ว่า ยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดกฎหมาย ไปแล้ว ถึง 40,000 ล้านบาท สิ่งที่จับต้องได้มีหลักฐานอย่างชัดเจน มีสำนักงาน ป.ป.ช. คตง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงาน ป.ป.ท. คอยเป็นผู้ที่ ดำเนินการสอบสวนสืบสวน แจ้งความดำเนินคดี และลงโทษผู้กระทำผิด ประเทศไทยของเราถือว่ามีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านนี้มากมาย

นายอนุทิน ยังยกตัวอย่างถึง การโกงสอบ ข้าราชการท้องถิ่น คนก็บอกว่าให้ว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องสืบสวนสอบสวนเอง เท่ากับเป็นการให้จำเลยมาสอบสวนตัวเองนั้นไม่ใช่ เพราะมีหน่วยงานที่เริ่มทำมาอยู่แล้วอย่างเช่น ป.ป.ช. ปปง. ป.ป.ท.  และขณะนี้ก็มีคณะกรรมการที่ตนได้แต่งตั้ง มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สืบสวนสอบสวน ขยายผล และประสานงานกับทุกหน่วยงาน เพื่อทำให้การปราบปรามการดำเนินคดีและการดำเนินการต่อการทุจริตเช่นนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ยิ่งตอนนี้ต้องยิ่งแข่งกันทำ ตนเชื่อว่าไม่มีหน่วยงานไหน หรือคนที่จะวิ่งเต้นคดี ไม่สามารถที่จะไปทำเช่นนั้นได้ เพราะมีหน่วยงานคู่ขนาน ที่ทำงานกันอย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรี ระบุอีกว่า รัฐบาลชุดนี้พร้อมให้การสนับสนุนคณะกรรมการ ชุดนี้เต็มที่ และขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกัน ทำงานด้วยความมุ่งมั่น กล้าปรับเปลี่ยนกล้าปฏิรูป และร่วมการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ ภาครัฐไทย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาลโปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่น จากประชาชน และนักลงทุนจากนานาประเทศ ตนยินดีมากที่ได้ทำงาน ร่วมกับทุกคน ในการต่อต้านการทุจริต ในชุดนี้ และร่วมกับหน่วยงาน ที่ท่านสังกัด รับผิดชอบ พร้อมให้การสนับสนุนท่านอย่างเต็มที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง