ข่าวเย็นประเด็นร้อน - โรงเรียนชายแดนซ้อมแผนอพยพนักเรียน เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน ก่อนครบรอบ 1 ปี เหตุปะทะไทย-กัมพูชา
ซ้อมอพยพ เฝ้าระวังเหตุชายแดน จ.ศรีสะเกษ
นี่เป็นภาพขณะที่ นักเรียนและครู โรงเรียนบ้านเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังซ้อมแผนอพยพ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน ก่อนครบรอบ 1 ปี เหตุปะทะบริเวณชายแดนในวันที่ 24 กรกฎาคม
การซ้อมเริ่มจากฝึกให้นักเรียนหมอบต่ำ ปิดหู เมื่อได้ยินเสียงระเบิดหรือเสียงปืนใหญ่ จากนั้นครูจะตีระฆังเป็นสัญญาณให้อพยพ พร้อมนำนักเรียนไปยังหลุมหลบภัยที่กำหนดไว้ ซึ่งโรงเรียนมีหลุมหลบภัย 8 หลุม กระจายอยู่ 3 จุด หากสถานการณ์ไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะเข้ารับตัวครูและนักเรียนไปยังศูนย์อพยพ
ผู้อำนวยการโรงเรียน ระบุว่า มีจัดซ้อมแผนเป็นประจำทุกสัปดาห์ พร้อมประเมินและปรับปรุงแผนหลังการซ้อมทุกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจว่า หากเกิดเหตุไม่คาดคิด นักเรียนและครูจะสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด
ชาวบ้าน อ.น้ำยืน พร้อมอพยพ หากปะทะอีกรอบ จ.อุบลราชธานี
ขณะที่ชาวบ้าน ในพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอยู่ใกล้แนวชายแดนด้านช่องอานม้า ยังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติ แต่ลึกลงไปในความรู้สึกของประชาชน โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบ ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการสู้รบรอบที่ผ่านมา กลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
ด้าน นายวุฒิชัย เจ้าของอู่ซ่อมรถ ซึ่งถูกจรวด BM-21 ตกใส่พื้นที่บ้าน และอู่ซ่อมรถ สร้างความเสียหายให้รถยนต์ ทั้งของตัวเอง และรถของลูกค้าที่นำมาจอดซ่อม รวม 5 คัน เครื่องมือช่าง อะไหล่รถ ที่สต๊อกเก็บไว้ มูลค่านับแสนบาท เสียหายทั้งหมด
โดยนายวุฒิชัย เปิดเผยว่า ครบรอบเหตุการณ์ 1 ปี ก็มีกระแสข่าวลือหนาหู ว่าจะเกิดการปะทะ รอบที่ 3 ตอนนี้ทั้งเสื้อผ้า และของใช้จำเป็น ถูกแพ็กใส่รถไว้พร้อมอพยพตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่าสถานการณ์สุ่มเสี่ยงมาก แม้จะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมเอาไว้
เตรียมจัดงานวิ่ง "ทุกก้าว เพื่อเกียรติยศของผู้เสียสละ" จ.สุรินทร์
ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับจังหวัดสุรินทร์ เตรียมจัดกิจกรรม RUN FOR HONOR 2026 ทุกก้าว เพื่อเกียรติยศของผู้เสียสละ" ที่บริเวณหน้าปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อรำลึกครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และเชิญชวนประชาชนร่วมวิ่งการกุศลในวันที่ 20 ธันวาคมนี้
แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ระบุว่า รายได้จากการจัดงานจะนำเข้าสมทบกองทุนยุทธบดินทร์-ยุทธการศตวรรษ เพื่อช่วยเหลือกำลังพลและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตามแนวชายแดน พร้อมสนับสนุนโครงการปลูกป่า 3 ปราสาท เฉลิมพระเกียรติฯ