เรือหน่วยยามฝั่งจีนฉีดน้ำแรงดันสูงขับไล่เรือประมงของฟิลิปปินส์ โดยอ้างว่ารุกล้ำน่านน้ำของตนในทะเลจีนใต้
(23 ก.ค.69) ในขณะที่ หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน กำลังร่วมการประชุมรัฐมนตรีฯ กลุ่มอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ เกิดเหตุการตึงเครียดระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ในพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้อีกครั้งในวันนี้ โดยเรือหน่วยยามฝั่งจีนได้ฉีดน้ำแรงดันสูงขับไล่เรือประมงของฟิลิปปินส์ บริเวณสันดอนสการ์โบโรห์ (Scarborough Shoal) หรือที่จีนเรียกว่าเกาะหวงเหยียน (Huangyan Dao) ในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่พิพาทระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ ขณะที่เครื่องบินของหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์บินสังเกตการณ์อยู่ในบริเวณดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวานนี้ (22 ก.ค.) จีนเพิ่งกล่าวหาว่าเรือยางของฟิลิปปินส์ 2 ลำ "รุกล้ำ" น่านน้ำ แม้ว่าจะได้รับการเตือนแล้วก็ตาม ทำให้เกิดการปะทะกันด้วยกระบองและไม้พาย ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายทำการยั่วยุ
ทั้งนี้ หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ระบุว่า การกระทำของจีนละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยกฎระเบียบระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการชนกันในทะเล (COLREGs) และเป็นการสร้างความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ที่กำลังปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม
ส่วนทางด้านฝั่งจีน โฆษกหน่วยยามฝั่งจีน (CCG) แถลงว่า การปฏิบัติการของหน่วยยามฝั่งจีนในการขับไล่เรือรัฐบาลฟิลิปปินส์ 2 ลำ ที่รุกล้ำเข้าสู่น่านน้ำอธิปไตยของจีนบริเวณเกาะเกาะหวงเหยียน ชอบด้วยกฎหมาย
เจียง ลวี่ โฆษกหน่วยยามฝั่งจีน กล่าวว่า เรือฟิลิปปินส์ทั้งสองลำได้ละเลยการทัดทานและการเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าของจีน ก่อนที่จะรุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำดังกล่าว ทางยามฝั่งจีนจึงได้ใช้มาตรการที่จำเป็นตามกฎหมาย รวมถึงการสะกดรอย การสกัดกั้น และการขับไล่ให้ออกไป
เจียง ลวี่ ย้ำว่าเกาะหวงเหยียนเป็นดินแดนดั้งเดิมของจีน พร้อมเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์หยุดการกระทำที่เป็นการละเมิดและยั่วยุโดยทันที นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่า หน่วยยามฝั่งจีนจะยังคงดำเนินกิจกรรมบังคับใช้กฎหมายในน่านน้ำรอบเกาะหวงเหยียนตามกฎหมายต่อไป และจะปกป้องอธิปไตยทางดินแดน ตลอดจนสิทธิและผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศอย่างเด็ดขาด