จัดระเบียบโรงแรมเถื่อน กลางภูเก็ต มท. 2 ลุยจับ 5 โรงแรมเถื่อนฝ่าฝืนกฎหมาย

จัดระเบียบโรงแรมเถื่อน กลางภูเก็ต มท. 2 ลุยจับ 5 โรงแรมเถื่อนฝ่าฝืนกฎหมาย

View icon 34
วันที่ 24 ก.ค. 2569 | 08.46 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“จัดระเบียบโรงแรมเถื่อน” กลางภูเก็ต มท. 2 ลุยจับ 5 โรงแรมเถื่อนฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งบางโรงแรมเข้าข่ายนอมินี ขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบโครงสร้างการถือครองหุ้น เส้นทางการเงิน

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการให้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม นำทีม นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร้อยตำรวจตรี สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน จัดกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บูรณาการร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองภูเก็ต อำเภอกะทู้ และอำเภอถลาง เปิดปฏิบัติการตรวจสอบและปราบปรามผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ฝ่าฝืนกฎหมายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อจัดระเบียบการประกอบธุรกิจโรงแรมและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ผลการปฏิบัติการเข้าตรวจสอบโรงแรมเป้าหมายจำนวน 5 แห่ง พบว่าทั้งหมดมีพฤติการณ์ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

โดยจับกุมโรงแรมพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต 3 แห่ง
- โรงแรมแห่งที่ 1 จำนวน 157 ห้องพัก ตรวจพบประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลการถือครองหุ้นที่อาจเข้าข่ายลักษณะนอมินี โดยมีผู้ถือหุ้นชาวรัสเซียร้อยละ 49 และผู้ถือหุ้นชาวไทยร้อยละ 51 
- โรงแรมแห่งที่ 2 จำนวน 45 ห้องพัก ตรวจพบประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีผู้ถือหุ้นชาวไทย 2 ราย ถือหุ้นรวมร้อยละ 74 และผู้ถือหุ้นชาวจีน 1 ราย ถือหุ้นร้อยละ 26 ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
- โรงแรมแห่งที่ 3 จำนวน 246 ห้องพัก ตรวจพบประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลสัญชาติไทยทั้งหมด
โดยจับกุมโรงแรมพื้นที่อำเภอกะทู้ 1 แห่ง ตรวจพบประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยจับกุมโรงแรมพื้นที่อำเภอถลาง 1 แห่ง ตรวจพบประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ดูแลหรือผู้ประกอบกิจการของโรงแรมทั้ง 5 แห่ง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืน และตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ประกอบการดำเนินคดี

นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการยังอยู่ระหว่าง ขยายผลตรวจสอบโครงสร้างการถือครองหุ้น เส้นทางการเงิน และการประกอบธุรกิจอื่นที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและจัดระเบียบธุรกิจในพื้นที่ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด