บุกจับโรงแรมเถื่อน ที่ป่าตอง พบเป็นโรงแรมเดิมที่เคยถูกจับ เมื่อ ก.พ.69 แต่ยังฝ่าฝืนกฎหมายเปิดต่อ

บุกจับโรงแรมเถื่อน ที่ป่าตอง พบเป็นโรงแรมเดิมที่เคยถูกจับ เมื่อ ก.พ.69 แต่ยังฝ่าฝืนกฎหมายเปิดต่อ

View icon 40
วันที่ 17 มิ.ย. 2569 | 07.58 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรมการปกครอง บุกจับโรงแรมเถื่อน ที่ป่าตอง พบเป็นโรงแรมเดิมที่เคยถูกจับ เมื่อ ก.พ.69 แต่ยังฝ่าฝืนกฎหมายเปิดต่อ แม้เคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดย ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ ดำเนินการสืบสวนตรวจสอบสถานประกอบการที่มีพฤติการณ์ลักลอบประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

จากการสืบสวนพบว่า มีโรงแรมแห่งหนึ่งที่ป่าตอง มีพฤติการณ์ลักลอบประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 โดยมีการโฆษณาและเปิดรับจองห้องพักผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในลักษณะเดียวกับโรงแรมทั่วไป ทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สถานประกอบการดังกล่าวเคยถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองจับกุมและดำเนินคดีมาแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่ยังคงฝ่าฝืนกฎหมายและเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงพฤติกรรมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองจึงได้วางแผนสืบสวนและทำการล่อซื้อ โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าจองและเข้าพักในสถานประกอบการดังกล่าว เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรป่าตอง เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

ผลการตรวจสอบพบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อธิบดีกรมการปกครอง ยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามการลักลอบประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย คุ้มครองความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และป้องกันปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ รวมทั้งปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการผิดกฎหมาย อันเป็นการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง