ห้องข่าวภาคเที่ยง - เป็นการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ของตำรวจในจังหวัดชัยภูมิ ที่บุกเข้าไปจับกุมผู้ต้องหา ค้ายาเสพติดได้พร้อมของกลางแบบคาหนังคาเขา
บุกจับรายย่อยค้ายาบ้ากลางเมือง จ.ชัยภูมิ
เป็นภาพปฏิบัติการตามยุทธการกวาดล้างปราบปรามยาเสพติด ของตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ที่สนธิกำลังกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองชัยภูมิ ที่บุกเข้ารวบตัว เครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ ถึง 3 คน หลังจากมีการสืบทราบจากสายลับว่า เป็นเครือข่ายยาค้ายาเสพติด ที่กระจายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในพื้นที่
โดยรายแรก เริ่มจาก เข้ารวบตัว นายณรงค์ หรือ โข่ง อายุ 45 ปี ได้โดยละม่อม ขณะกำลังนอนเล่นเปลภายใน กระท่อม ได้ของกลาง 180 เม็ด ก่อนขยายผลซัดทอดไปถึงนายสันติภาพ หรือ นายอ๊อฟ
กระทั่งชุดสืบสวน ติดตามเข้ารวบตัวนายสันติภาพ หรือ นายอ๊อฟ อายุ 41 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับเข้ามาในบ้าน หลังจากชุดสืบสวนเข้าไปดักซุ่มรออยู่ในห้องพัก ก่อนรวบตัวได้คารถจักรยานยนต์ ตรวจค้นในกระเป๋าพบยาบ้า 202 เม็ด รับสารภาพ ซื้อยาบ้าจากนายศราวุธ หรือปอนด์ ราคา 3,000 บาท ก่อนรวบตัวไว้สอบสวน
ไม่เท่านั้น เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลต่อ นำกำลังอาวุธปืน บุกเข้าไป บ้านพักของนายศราวุธ ที่กำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอน พบยา 164 เม็ด รับสารภาพเป็นยาบ้าของตนเองที่ซื้อมาจากเครือข่ายค้ายาบ้า ในอำเภอจตุรัส จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 2,000 เม็ด ในราคา 26,000 บาท แล้วนำมาแบ่งขายใส่ถุงเล็ก 70 เม็ด ขายในราคาถุงละ 3,500 บาท และเหลือไว้เสพ 164 เม็ด
เบื้องต้น นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ตรวจปัสสาวะ พบมีสารเสพติดในร่างกายทั้งหมด แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จำหน่ายและมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ควบคุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ลุยป่าอ้อย ไล่จับผู้ค้ายาเสพติด จ.สระแก้ว
ส่วนที่จังหวัดสระแก้ว ฝ่ายปกครอง ทหาร กวาดล้างผู้ต้องหาคดียาเสพติด ต้องไล่จับผู้ต้องหากันอย่างทุลักทุเล
คนที่ถูกไล่จับ คือ นายพงษ์ศิริ หรือ ต้า อายุ 25 ปี ซึ่งพอเห็นเจ้าหน้าที่บุกถึงบ้าน ก็วิ่งหนีเข้าป่าอ้อยหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ก็ไล่กวดตามไปติด ๆ ลุยเข้าไปในป่าอ้อยจนถูกใบอ้อยบาดเลือดไหลซิบ ๆ ไปตาม ๆ กัน
นายต้า พอจนมุม ก็อ้างว่าไม่ได้ทำผิดอะไร แต่เจ้าหน้าที่เห็นว่าได้โยนสิ่งของบางอย่างทิ้งขณะวิ่งหนี ตำรวจค้นในบ้านและในป่าอ้อยก็พบยาบ้า 202 เม็ด ซึ่งในจุดเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ยังจับกุมตัว นายวิชิต อายุ 51 ปี ได้พร้อมยาบ้า 14 เม็ด นำตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ไปดำเนินคดี