ห้องข่าวภาคเที่ยง - วันนี้ ข้อเท็จจริงต้องปรากฎ กรณี บุคลากรทางการแพทย์ จัดโต๊ะจีน กินเลี้ยงในห้อง ICU เด็กแรกคลอด ทำให้ทารกชาย อายุ 5 วัน ที่อยู่ในตู้ปรับอุณหภูมิเสียชีวิต พ่อแม่กอดกันร้องไห้ คาใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เหมาะหรือ กินข้าว ในห้อง ICU เด็กแรกคลอด จ.อ่างทอง
นับเป็นช่วงเวลาที่ยากเกินทำใจ พ่อแม่กอดกันร้องไห้ หลังสูญเสียลูกชายอายุแค่ 5 วัน โดยทารกน้อยเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด
แม่เด็กตั้งครรภ์ 8 เดือน ไปผ่าคลอดที่โรงพยาบาลอ่างทอง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทารกหนัก 4,305 กรัม มีภาวะความดันในปอด ต้องรักษาตัวในตู้ปรับอุณหภูมิ หรือ ตู้อบเด็กในห้องปลอดเชื้อ ส่วนแม่ได้ออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน วันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
วันที่ 20 กรกฎาคม แพทย์แจ้งว่า ทารกอาการดีขึ้น ลดให้ยาความดันในปอด ลดเครื่องช่วยหายใจ จะส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลเด็ก แต่ยังเคลื่อนย้ายไม่ได้
13.30 น. พ่อ-แม่เด็กจะนำของใช้มาให้ลูก กลับพบว่าภายในห้อง ICU มีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีน 5 โต๊ะ พยาบาลตะคอกไม่ให้เยี่ยม และวันต่อมา 21 กรกฎาคม เด็กก็เสียชีวิต
แพทย์เจ้าของไข้ แจ้งกับพ่อ-แม่ว่า ทารกติดเชื้อในกระแสเลือด แต่ในหนังสือรับรองการเสียชีวิตกลับระบุสาเหตุการตาย เกิดจากภาวะความดันในปอดสูง
ด้วยความคาใจ ครอบครัวได้สอบถามหัวหน้าพยาบาล ประจำห้อง ICU เด็กว่ากินเลี้ยงในห้องแบบนี้ได้หรือ ? หมอเจ้าของไข้แจ้งว่า "ไม่ติดเชื้อหรอก เพราะเด็กอยู่ในตู้อบปอดเชื้อ"
แต่สภาพที่พ่อแม่เห็นมีพนักงานโต๊ะจีน เดินเข้าไปเสิร์ฟอาหารใกล้ชิดกับตู้อบลูกที่อยู่ติดกับโต๊ะกินเลี้ยง ไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันใด ๆ เมื่อลูกเสียชีวิต จึงสงสัยว่า การจัดเลี้ยงภายในห้องปลอดเชื้อ เป็นปัจจัยทำให้ลูกเสียชีวิตหรือไม่
หลังลูกเสียชีวิต โรงพยาบาลไม่ได้แจ้งตำรวจให้ชันสูตรพลิกศพ เร่งรีบให้นำศพออกจากห้องไอซียู แถมมีพยาบาลโทรมาถามว่าประกอบพิธีเผาหรือยัง ครอบครัวตั้งใจจะเผาศพ วันที่ 23 กรกฎาคม แต่ทำใจไม่ได้ ติดใจสาเหตุการตาย จึงมาร้องมูลนิธิปวีณาฯ ประสานส่งศพไปชันสูตร
เบื้องต้น แพทย์นิติเวชแจ้งว่า ต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดอีกประมาณ 30-45 วัน แต่จากการตรวจเบื้องต้น พบว่า ทารกข้อเท้าซ้ายหัก กะโหลกศีรษะด้านหน้าขวายุบ
ด้านนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดอ่างทอง จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
รพ.อ่างทอง ตั้งทีมสอบฯ กินข้าว ในห้อง ICU จ.อ่างทอง
แพทย์หญิง ปาริชาติ ติระวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทอง ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การจัดเลี้ยงโต๊ะจีน แต่เป็นการรับประทานอาหารของบุคลากร ซึ่งยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และไม่ควรเกิดขึ้นในพื้นที่ดูแลผู้ป่วยวิกฤต
เบื้องต้น โรงพยาบาลเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมกำหนดมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก