แจ้งเกิดเท็จ ทยอยเพิกถอนสัญชาติ เด็กต้องสงสัยใน กทม. กว่า 1,400 คน

แจ้งเกิดเท็จ ทยอยเพิกถอนสัญชาติ เด็กต้องสงสัยใน กทม. กว่า 1,400 คน

View icon 48
วันที่ 24 ก.ค. 2569 | 13.03 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
พ่อทิพย์ แจ้งเกิดเท็จสวมสิทธิคนไทย พบเด็กต้องสงสัยในกรุงเทพฯ กว่า 1,400 คน ขอความร่วมมือ รพ.เอกชน 161 แห่ง รื้อสอบค้นหาหลักฐาน ต้นทางของการกระทำความผิด

ทลายขบวนการ “พ่อไทยทิพย์” สวมรอยรับเป็นพ่อให้เด็กต่างชาติ วันนี้ (24 ก.ค.69) พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พฤติการณ์ของกลุ่มนี้มีลักษณะไปกดรับหมายเลขคิวที่สำนักงานเขตเพื่อเข้ารับบริการตามปกติ ต่างจากปฏิบัติการเมื่อวันที่ 9 ก.ค.69 ที่มีการล็อกตัวเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนของสำนักงานเขตมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มีบุคคลต้องสงสัย หรือเด็กที่ต้องสงสัยในกรุงเทพมหานคร กว่า 1,400 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทยอยขยายผล และเพิกถอนสัญชาติหากพบว่าผิดกฎหมาย นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเตรียมประสานความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 161 แห่ง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กำลังเร่งตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารรับรองการเกิดทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการฝากครรภ์ การทำคลอด ไปจนถึงการออกหนังสือรับรองการเกิด ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแจ้งเกิดและการออกสูติบัตร พร้อมอธิบายว่า ตามขั้นตอน พยาบาลผู้ทำคลอดจะเป็นผู้บันทึกข้อมูลเด็กและบิดามารดา ก่อนให้แพทย์ผู้ทำคลอดจะลงนามรับรอง และผู้ได้รับมอบหมายจากโรงพยาบาลจะนำเอกสารไปแจ้งเกิดต่อฝ่ายทะเบียนของสำนักงานเขต หากมีการนำบุคคลอื่นมาสวมสิทธิ์เป็นบิดาหรือมารดา ก็จะทำให้การตรวจสอบของนายทะเบียนเป็นไปได้ยาก และเป็นต้นทางของการกระทำความผิด

รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระบุว่า ขณะนี้ได้สั่งอายัดเอกสารที่เกี่ยวข้องจากโรงพยาบาลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนใช้เป็นพยานหลักฐาน พร้อมขยายการตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลเอกชนกว่า 470 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า จะไม่มีการกระทำลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแส หากพบการกระทำผิดเกี่ยวกับการออกเอกสารรับรองการเกิด

นอกจากนี้ ยังย้ำว่า ผู้บริหารโรงพยาบาลและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มีหน้าที่กำกับดูแลบุคลากรทางการแพทย์ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ หากพบแพทย์หรือพยาบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด นอกจากจะมีความผิดทางอาญาแล้ว ยังอาจถูกดำเนินการทางวินัยและจรรยาบรรณวิชาชีพ รวมถึงอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง