ยกระดับ "กฎอัยการศึก" ล่ากลุ่มก่อความไม่สงบ ยิงทหารพราน

View icon 27
วันที่ 24 ก.ค. 2569 | 16.01 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ยกระดับมาตรการความมั่นคงขั้นสูงสุด ใช้อำนาจเต็มตามกฎอัยการศึก เปิดทางเจ้าหน้าที่ปูพรมปิดล้อม ตรวจค้น ตามล่าตัวกลุ่มก่อเหตุยิงทหารพราน เสียชีวิต 5 นาย และยังชิงอาวุธปืน เสือเกราะกันกระสุนของเจ้าหน้าที่ไปด้วย

พลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เป็นผู้ลงนามคำสั่งหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เรื่อง ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ในการปิดล้อมตรวจค้น และรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วพื้นที่จังหวัดนราธิวาส 

โดยให้ฝ่ายทหาร มีอำนาจตั้งจุดตรวจค้นเส้นทางสาธารณะ ตรวจค้นยานพาหนะ ตรวจค้นเคหสถาน ตลอดจนจับกุม และกักตัวผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบได้ทันที

อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธได้ทันที เมื่อพบผู้ก่อเหตุความรุนแรงที่มีพฤติการณ์จะก่ออันตรายต่อกำลังพล โดยปฏิบัติตามหลักความจำเป็น และได้สัดส่วน

ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการตามยุทธการรักษาความสงบเรียบร้อย และด้านความมั่นคง โดยการใช้อำนาจในการตรวจค้น เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรง

ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

และการมีผลบังคับใช้ตามคำสั่งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ขณะเดียวกัน กองร้อยทหารพรานที่ 4509 จัดส่งกำลังพลชุดใหม่ 8 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่ยังจุดตรวจ "บูเก๊ะซามี" แทนกำลังทั้ง 5 นาย ที่ถูกยิงเสียชีวิต

ส่วนความคืบหน้าทางคดี มีข้อมูลจากแหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ภายใต้การนำของ นายมะเซาฟี และ นายอับดุลเล๊าะ แกนนำระดับปฏิบัติการที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส คือ อำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอศรีสาคร และ อำเภอรือเสาะ

ซึ่งมีประวัติเชื่อมโยงคดีสำคัญหลายคดี ไล่เรียงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561 บุกยึดสถานีอนามัยเป็นฐานก่อนบุกถล่มฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครอง ตำบลกาลิซา อำเภอระแงะ ต่อมายิงฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ 4513 อำเภอระแงะ เมื่อต้นปี 2565 และเหตุกราดยิงใส่ สภ.จะแนะ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568

กระทั่งล่าสุดพบความเชื่อมโยงก่อเหตุคนร้ายใช้รถกระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธสงครามยิง และขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ทำให้ทหารพรานพลีชีพ 5 นาย และมีชาวบ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บ 6 คน

มีคนนำภาพกลุ่มคนร้าย 6 คน ที่นั่งมาด้านท้ายรถกระบะ แต่งกายด้วยชุดดำ สวมเสื้อเกราะกันกระสุน มีอาวุธปืนครบมือ แต่งกายให้เหมือนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐขณะออกลาดตระเวน ไปบิดเบือนสร้างด้วย เอไอ ทำภาพลายสักบนแขนของคนร้าย คล้ายต้องการสื่อว่าเหตุยิงจุดตรวจบูเก๊ะซามี เจ้าหน้าที่จัดฉาก

เรื่องนี้ กอ.รมน. โต้เป็นข่าวปลอม ยืนยันเหตุยิงจุดตรวจบูเก๊ะซามี ไม่ใช่การจัดฉาก และไม่มีคำสั่งยุบโรงเรียน หรือประกาศกฎอัยการศึก

ส่วนการติดตามกลุ่มคนร้าย เบื้องพบว่าแยกย้ายหลบหนี โดยใช้ 3 เส้นทาง เส้นทางแรกขับรถกระบะหนีจากจุดตรวจบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ มุ่งหน้าไปทางถนนสายตันหยงมัส-ดุซุงญอ เข้าพื้นที่ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อเขตป่ารกทึบ และภูเขา

ต่อมาจุดทำลายหลักฐาน ซึ่งจากข้อมูลการสอบสวน ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบรถกระบะคันที่ใช้ก่อเหตุ ถูกขับไปจุดไฟเผาวอดทั้งคันกลางถนน พื้นที่อำเภอศรีสาคร พื้นที่เขตรอยต่ออำเภอจะแนะ เพื่อทำลายหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่นลายนิ้วมือแฝง และ DNA

คาดว่าหลังจากเผารถกระบะแล้ว กลุ่มคนร้ายแยกย้ายกันหลบหนี ได้มีคนขี่รถจักรยานยนต์ ทำหน้าที่เป็นรถนำ และรถตามในตอนแรก คอยรับช่วงต่อ พาตัวกลุ่มคนร้ายหลบหนี เข้าสู่พื้นที่ซ่อนตัวตามแนวป่า หรือหมู่บ้านของเครือข่าย

ส่วนข้อมูลรถกระบะ ที่กลุ่มคนร้ายขับมาก่อเหตุกราดยิงกลุ่มทหารพราน เดิมทีเป็นสีเทา ทะเบียนจังหวัดสงขลา และถูกขายต่อเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยไม่มีการโอนกรรมสิทธิทางกฎหมาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังไล่ตรวจสอบบุคคลที่รับซื้อคนสุดท้าย เพื่อออกหมายจับ

วันนี้ เจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าของบ้านพัก 8 หลัง ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ยิงจุดตรวจฯ โดยบ้านของ นางฟัรฮะห์ อับรู ถูกคนร้ายขว้างไปป์บอมบ์ ผิดเป้าหมาย ถูกบ้านเกิดเพลิงไหม้เสียหายหนักที่สุด และให้กำลังพลช่วยเก็บกวาด และซ่อมแซมบ้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง