ข่าวภาคค่ำ - หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ยกระดับมาตรการความมั่นคงขั้นสูงสุด ใช้อำนาจเต็มตามกฎอัยการศึก เปิดทางเจ้าหน้าที่ติดตามล่ากลุ่มคนร้าย ยิงทหารพราน เสียชีวิต 5 นาย และชิงอาวุธปืน เสือเกราะกันกระสุนของเจ้าหน้าที่ไปด้วย
พลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เป็นผู้ลงนามคำสั่งฯ เรื่อง ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ในการปิดล้อมตรวจค้น และรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
สาระสำคัญของคำสั่ง เป็นการเพิ่มอำนาจการปฏิบัติการ ให้ฝ่ายทหาร มีอำนาจ ตั้งจุดตรวจค้นเส้นทางสาธารณะ ตรวจค้นยานพาหนะ เคหสถาน ตลอดจนจับกุม และกักตัว ผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ
อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธได้ทันที เมื่อพบผู้ก่อเหตุความรุนแรงที่มีพฤติการณ์จะก่ออันตรายต่อกำลังพล โดยปฏิบัติตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน
รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับปราบปราม หรือ การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนาม จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ขณะที่วันนี้ กองร้อยทหารพรานที่ 4509 ได้จัดส่งกำลังพลชุดใหม่ 8 นาย มาปฏิบัติหน้าที่ยังจุดตรวจ "บูเก๊ะซามี" แทนกำลังพลที่เสียชีวิต 5 นาย
ส่วนความคืบหน้าติดตามกลุ่มคนร้าย มีข้อมูลจากแหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ภายใต้การนำของ นายมะเซาฟี และ นายอับดุลเล๊าะ แกนนำระดับปฏิบัติการที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส คือ อำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอศรีสาคร และอำเภอรือเสาะ มาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนรถกระบะที่กลุ่มคนร้ายขับมาก่อเหตุกราดยิงกลุ่มทหารพรานล่าสุด ตรวจสอบพบถูกขายต่อเข้ามายังพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ทางกฎหมาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังไล่ตรวจสอบบุคคลที่รับซื้อคนสุดท้าย เพื่อติดตามตัวมาสอบสวน
ขณะเดียวกันวันนี้ เจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าของบ้านพัก 8 หลัง ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ยิงจุดตรวจฯ โดยบ้านของ นางฟัรฮะห์ อับรู ถูกคนร้ายขว้างไปป์บอมบ์ผิดเป้าหมาย ถูกบ้านเกิดเพลิงไหม้เสียหายหนักที่สุด วันนี้หน่วยทหารได้ส่งกำลังพลเข้าช่วยเก็บกวาด และซ่อมแซมบ้าน