กองปราบปราม นำกำลังปิดล้อมบ้านพักใน อ.แม่สอด จ.ตาก บุกรวบผู้ต้องหา หนีหมายจับคดีพยายามฆ่าอดีตพ่อตา จับกุมได้พร้อมภรรยาคนปัจจุบัน ค้นเจอปืน ยาเสพติดเพียบ
วันนี้ ( 25 ก.ค. 69 ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังเข้าจับกุม นายวิภู อายุ 36 ปี และนางสาวมัลลิกา อายุ 33 ปี ฐาน "ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี) และร่วมกันครอบครองซึ่งวัตถุ ออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่ายช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือของต้องจำกัด หรือ ของต้องห้าม โดยยังไม่ผ่านศุลกากร หรือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงอากรขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งมิได้เสียภาษี"
ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 พบกระทำความผิดตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอดฐาน “ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ” และกระทำความผิดตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น โดยปกติสุข โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ ในเวลากลางคืน” พร้อมตรวจยึดของกลาง ยาอี 99 เม็ด ,ยาเคชนิดผง/เจลลี่ ,หัวพอตเค ,อาวุธปืน ขนาด 9 มม. ,กระสุนปืนขนาดต่าง ๆ กว่า 30 นัด ,บุหรี่ไฟฟ้า ,เงินสด ,ทองคำรูปพรรณ 12 ชิ้น และ รถจักรยานยนต์ 1 คัน รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึด ประมาณ 1,389,160 บาท โดยจับกุม ได้ที่บ้านพัก ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก
สืบเนื่องเมื่อปี 2561 ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการล่อซื้ออาวุธปืน M16 จากนายประธาน เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายประธาน ปรากฎตัวที่ริมน้ำเมย ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก จึงเข้าแสดงตัวจับกุม และได้ทำการขยายผลจับกุมตรวจค้นบ้านของนายประธาน พบนายวิภู ผู้ต้องหาร่วมกันกับนายประธาน จำหน่ายอาวุธสงครามด้วย จึงเข้าจับกุมและแจ้งข้อหา
ต่อมาเมื่อ 2567 ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตาก ร่วมกันจับกุม ชยุตพงศ์ อายุ 23 ปี กระทำความผิดฐาน มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย” พร้อมยึดของกลางเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล และอาวุธปืนเล็กยาวแบบอัตโนมัติ ชนิดเอ็มโฟร์ (M4) (แยกสิ้นส่วน) 20 กระบอก ประกอบด้วย ชุดลั่นไกพันท้าย , ชุดลำกล้อง และซองบรรจุกระสุน พร้อมกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พะวอ ดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผล พบว่า นายวิภู ร่วมขบวนการนี้ด้วย จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ โดยนายวิภู ได้เข้ามามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.พะวอ เพื่อต่อสู้คดีในชั้นพิจารณาคดี และได้ใช้หลักทรัพย์ประกันตัว
ภายหลังประกันตัว นายวิภู ได้หลบหนีไม่ไปตามกำหนดนัดของศาล อีกทั้งยังได้ไปก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนยิงนายอโณทัย ซึ่งเป็นแฟนของอดีตภรรยา เองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่จังหวัดเชียงใหม่ และหลบหนีการจับกุม
ต่อมาตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายวิภู มากบดานอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดแม่สอด เข้าตรวจค้นจับกุมที่บ้านพัก พบนายวิภู กับนางสาวมัลลิกา ซึ่งเป็นภรรยาอยู่ภายในบ้าน เมื่อตรวจค้นภายในบ้าน พบของกลางที่กล่าวมาข้างต้น ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ ที่จอดอยู่ภายในบ้าน ซึ่งทั้ง 2 คน ให้การว่า ครอบครองยาเสพติดจริง ส่วนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ถูกตรวจค้นพบ ไม่ใช่ของผู้ต้องหา นอกจากนี้ ตำรวจชุดจับกุม ยังได้ทำการตรวจยึดทรัพย์ไว้เป็นของกลาง ได้แก่ เงินสด ทองคำรูปพรรณ และรถจักรยานยนต์ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองนำส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สำหรับ นายวิภู ได้ถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด และนำตัวส่งศาลจังหวัดแม่สอด (ได้แยกทำบันทึกจับกุมไว้แล้ว) และจะได้ดำเนินการบันทึกกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป