บุกรวบ “หงัด ท่าบ่อ” ยิงดับนายจ้าง ทิ้งศพลงแม่น้ำ ฉุนถูกด่าตอนทำงาน หลังก่อเหตุหนีคดี นาน 17 ปี ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ก่อนมาเป็นคนขับรถให้เจ้าอาวาสวัด สุดท้ายจนมุม
วันนี้ ( 25 ก.ค. 69 ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม นายอัษฎา อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยจับกุม ได้ที่ลานจอดรถ วัดจันทราราม ( วัดดงสมบูรณ์ ) ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนครจังหวัดสกลนคร
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2552 นายอัษฎา หรือ “หงัด ท่าบ่อ” ผู้ต้องหาได้ขับรถพานายจ้าง ไปทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากนั้นทั้งคู่ได้เดินทางต่อไปที่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดหนองคาย เพื่อพานายจ้างไปหาแฟนสาวที่บ้านพัก ต่อมา วันที่ 17 สิงหาคม 2552 นายจ้างและแฟนสาวเข้ามาทำธุระที่ตัวอำเภอโซ่พิสัย จึงได้พาผู้ต้องหาไปเข้าพักที่โรงแรม ก่อนที่นายจ้างจะกลับบ้านไปกับแฟนสาว และในคืนวันเดียวกัน ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์ตามนายจ้างให้ออกมาพบ อ้างว่าให้ไปทำธุระเป็นเพื่อน ทำให้นายจ้างหลงเชื่อ ขับรถยนต์ออกมาหาผู้ต้องหาช่วงเวลา 21.00 น. จากนั้น ผู้ต้องหาขับรถพานายจ้างมาที่อำเภอวานรนิวาส จังหวัดกลนคร เพื่อมากินดื่มกันที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นว่า นายจ้างมีอาการเมาสุรา จึงออกอุบายว่าจะขับรถพานายจ้างกลับที่พัก แต่กลับขับรถพานายจ้างมุ่งหน้ามาที่ตำบลหนองบ่อ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของผู้ต้องหา ก่อนจะขับต่อไปยังพื้นที่อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม เมื่อผู้ต้องหาเห็นว่าสถานที่ปลอดคนแล้ว จึงใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะนายจ้างจนเสียชีวิต และนำศพไปทิ้งลงแม่น้ำก่ำ ที่สะพานระหว่างบ้านดินดำหมากเฟือง กับ บ้านหนองแคน ตำบลยอดชาด อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม จากนั้นก็ขับรถยนต์ของผู้เสียชีวิตหลบหนีไป
จากการสอบสวนแรงจูงใจในการก่อเหตุ ทราบว่า ผู้ต้องหาไม่พอใจผู้เสียชีวิต ที่ชอบดุด่าว่ากล่าวบ่อยครั้งขณะทำงาน ประกอบกับผู้เสียชีวิตมักจะพกเงินสดจำนวนมากติดตัวเสมอ ทำให้ผู้ต้องหาวางแผนก่อเหตุดังกล่าว
ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้พิจารณาประกาศสืบจับผู้ต้องหา ซึ่งพิจารณาแล้วว่าเป็นผู้ต้องหารายสำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการตัว ลำดับที่ 84 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอาศัยที่วัดทุ่งรวงทอง ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ทำงานเป็นคนขับรถให้เจ้าอาวาส เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อพบผู้ต้องหาจึงเข้าแสดงตัวขอตรวจสอบ และยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังยาง จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบสวนเบื้องต้น นายอัษฎา ให้การว่า เมื่อ 17 ปีที่แล้ว ทำงานอยู่กรุงเทพฯ และได้รู้จักกับผู้เสียชีวิตที่โต๊ะสนุกเกอร์ จากนั้นก็ติดต่อกันเรื่อยมา กระทั่งผู้เสียชีวิตชักชวนให้ไปเป็นคนขับรถ พาไปติดต่อธุรกิจตามสถานที่ต่าง ๆ และทำธุระส่วนตัว ครั้งล่าสุด ผู้เสียชีวิตติดต่อซื้อไม้แปรรูป ในพื้นที่จังหวัดนครพนม แต่ตกลงทางธุรกิจกันไม่ได้ จึงใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต แต่ผู้ต้องหาอ้างว่า ตกใจจึงวิ่งหลบหนี และปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนยิง เพียงแต่ขับรถพาไปพบกลุ่มธุรกิจจริง หลังเกิดเหตุ ไปทำงานรับจ้างรายวัน หรือตามที่นายจ้างมอบหมายให้ทำ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งโดยพักอาศัยในสถานที่ต่าง ๆ เช่น วัด สำนักสงฆ์ รีสอร์ต แคมป์คนงาน เป็นต้น