เจาะประเด็นข่าว 7HD - คำถามสำคัญของครอบครัว สำหรับเหตุการณ์ที่ "ยูฟ่า" เด็กชาย อายุ 1 ขวบ ถูกผู้ช่วยพยาบาลใช้กรรไกรตัดพลาดไปถูกนิ้วชี้ขาด เด็กคนนี้ จะมีโอกาสกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แค่ไหน และโรงพยาบาลจะเยียวยาแค่ กระเช้า และเงิน 4,000 บาท เท่านั้นจริง ๆ หรือ
เป็นคำบอกเล่าของ น้าชายและลูกพี่ลูกน้องของ "ยูฟ่า" เด็กชาย อายุ 1 ขวบ ที่ได้รับบาดเจ็บ จากความผิดพลาดของผู้ช่วยพยาบาลชาย ซึ่งทั้งสองคนได้ช่วยกันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า แรกเริ่ม "ยูฟ่า" มีอาการป่วยไข้หวัด จึงเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล มีการให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด จึงต้องเสียบสายน้ำเกลือที่หลังมือ และพันด้วยผ้าก๊อซไว้ ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน กระทั่ง 11 กันยายน แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ ก็มีผู้ช่วยพยาบาลผู้ชาย จะมาตัดผ้าก๊อซออก โดยใช้กรรไกร ซึ่งแม่ของ "ยูฟ่า" ทักท้วงแล้วว่านี่คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ใช่หรือไม่ ก่อนที่ผู้ช่วยพยาบาลจะใช้แรงกดกรรไกร จนเป็นเหตุให้นิ้วชี้ยูฟ่าขาด กลายเป็นความวุ่นวาย
ส่งตัวเข้ารับการผ่าตัดถึง 2 รอบ ก่อนที่แพทย์จะบอกว่า สามารถต่อนิ้วติดได้เพียง 20-30 % เนื่องจากนิ้วมีขนาดเล็ก เส้นเลือดยังไม่สมานกันดี จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่านิ้วของ "ยูฟ่า" จะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม 100 % หรือไม่ ทำให้ครอบครัวเป็นกังวล นอกจากนี้นับตั้งแต่เกิดเรื่องถึงปัจจุบัน การเยียวยาของโรงพยาบาลมีเพียงการวางซองเงิน 4,000 บาท และกระเช้าดอกไม้ ซึ่งดูเหมือนจะไม่เป็นธรรมกับครอบครัว
พ่อของเด็กชายยังบอกว่าได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เลิงนกทา แล้ว แต่ทางตำรวจบอกให้ไปเจรจากับโรงพยาบาลก่อน ซึ่งก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกัน คาดว่าถ้าอาการของลูกดีขึ้นจะมาติดตามเรื่องนี้อีกที
ขณะที่ญาติเล่าต่อว่า ไปได้ยินข่าวว่ามีผู้ป่วยได้รับผลกระทบจากการรักษาที่ผิดพลาดอีกหลายราย บางรายถึงขั้นเสียชีวิต แต่ได้เงินเยียวยามาแค่ 10,000 บาท ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้มีเรื่องมาเกิดกับคนในครอบครัว จึงอยากให้โรงพยาบาลมีมาตรการดูแลผู้ป่วยที่ดีกว่านี้
ด้านโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา ก็ได้โพสต์แถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมกับปิดช่องทางการแสดงความคิดเห็นไว้
ในโพสต์ได้ชี้แจงยอมรับว่าเกิดการปฏิบัติงานผิดพลาด ทำให้เด็กชายได้รับบาดเจ็บที่นิ้วชี้ข้างขวา แต่หลังเกิดเหตุก็ได้เร่งให้การช่วยเหลือทันที หลังการผ่าตัดทางโรงพยาบาลได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วย และญาติ ยืนยันจะให้การดูแลช่วยเหลือรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการรักษาในโรงพยาบาล และหลังกลับไปอยู่กับครอบครัว รวมถึงค่าใช่จ่ายในการรักษาพยาบาล การเดินทาง การชดเชย เยียวยา จะดำเนินการอย่างเต็มที่ และเป็นธรรมที่สุด พร้อมกันนี้ยังได้ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะมีการทบทวนกระบวนการดูแลผู้ป่วยรอบด้าน ให้เกิดความปลอดภัยของผู้รับบริการต่อไป
ล่าสุดมีรายงานว่า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร มีคำสั่งด่วนให้พักงาน "ผู้ช่วยพยาบาล" คนดังกล่าวทันที พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน หากผลสอบพบว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จะดำเนินการทางวินัยตามระเบียบ โดยมีโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก หรือให้ออกจากราชการ