ขยายผลปฏิบัติการ ทลายรังมังกรเทา

View icon 17
วันที่ 27 ก.ค. 2569 | 07.04 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ตำรวจสอบสวนกลาง เปิดปฏิบัติการ "Dragon Nest" ทลายรังมังกรเทา บุกค้นโรงแรมย่านงามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี หลังมีข้อมูลถูกดัดแปลงเป็นฐานปฏิบัติการทั้งลักลอบเปิดบ่อนพนัน เสพยาเสพติด และให้บริการอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมาย แบบครบวงจร เพื่อรองรับลูกค้าชาวจีนโดยเฉพาะ

ปฏิบัติการ "Dragon Nest" ทลายรังมังกรเทา เริ่มจากประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนมายังกองบังคับการปราบปรามว่า โรงแรมดังกล่าวมีชาวจีนเข้า-ออกทั้งวันทั้งคืน แต่กลับไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าพัก พอตำรวจไปสืบดูก็พบว่า มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมาก ตั้งแต่ลานจอดรถ ลูกค้าที่จะเข้าพัก รปภ.จะต้องวิทยุสื่อสารแจ้งคนข้างในก่อน จากนั้นจึงพาลูกค้าขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 6 แล้วเดินต่อไปชั้น 7 และชั้น 8

โดยแต่ละชั้นจะมีคนถือกุญแจ คอยเปิดให้เดินเข้าไป ผู้ที่ให้บริการแทบทั้งหมดเป็นชาวจีน พอชุดสืบสวนลองจองผ่านเว็บไซต์ และจองโดยตรง มีการแจ้งเข้าพักเต็ม

ข้อมูลจากสายลับ แจ้งว่า กลุ่มทุนสีเทา เช่าโรงแรมทั้งหลังไว้สำหรับรองรับลูกค้าของตนเท่านั้น ชั้น 2-6 ใช้เป็นห้องพัก ส่วนชั้น 7 และชั้น 8 ถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่จัดปาร์ตียาเสพติด เปิดให้คนเล่นการพนัน และให้ค้าประเวณี ส่วนลานจอดรถ ตรวจสอบรถหลายคันพบผู้ครอบครองส่วนใหญ่เป็นชาวจีน

สำหรับปฏิบัติการนี้ ตำรวจกองปราบฯ พบผู้พักอาศัยในโรงแรมกว่า 40 คน มีทั้งชาวไทย ชาวจีน และชาวเมียนมา จำนวนนี้ดำเนินคดีแล้ว 4 คน คนแรกคือ นายหลิว พนักงานของโรงแรม ที่ให้การว่าทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคนงาน คอยนำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าตามคำสั่ง

ส่วน 3 คน เป็นชาวเมียนมา รับว่าเข้าเมืองมาผิดกฏหมาย เดิมตั้งใจมาทำงานก่อสร้างในไทย เบื้องต้นตำรวจยึดของกลางกว่า 200 รายการ เช่น ยาเสพติดเคตามีน, แฮปปี้วอเตอร์, อุปกรณ์เล่นการพนัน, เงินสด, บัญชีธนาคาร, โทรศัพท์มือถือ, ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คุณจุ้ย ปฏิภาณ ผู้สื่อข่าว 7HD ลงพื้นที่ดูจุดเกิดเหตุ ได้พูดคุยกับพนักงานคนหนึ่งของโรงแรม ยอมรับว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตัวเองทำงานที่นี่มาเกือบ 1 ปี ไม่เคยรู้มาก่อนว่าชั้น 7-8 ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่กระทำผิดกฎหมายครบวงจร รับว่าทางโรงแรมมีกฎชัดเจนว่า ห้ามพนักงานทุกคนขึ้นไปวุ่นวายที่ห้องพักของลูกค้าอย่างเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับการติดต่อจากลูกค้า

เช่นเดียวกับชาวบ้านหลายคนในพื้นที่ ให้ข้อมูลว่า สังเกตเห็นนักท่องเที่ยวชาวจีนออกมาเดินซื้อของแถวนี้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ก็ไม่ทราบว่าจะมาใช้โรงแรมดังกล่าว เป็นสถานที่เล่นพนัน เสพยาเสพติด

มีข้อมูลว่า เมื่อปี 2566 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เคยบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมแห่งนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง สามารถจับกุมนักพนันชาวจีน 26 คน พร้อมคนไทยอีก 23 คน ยึดโต๊ะพนัน เครื่องสล็อต และอุปกรณ์การพนันจำนวนมาก ก่อนที่โรงแรมจะปิดปรับปรุง จากนั้นก็กลับมาลักลอบเปิดบ่อนพนันและจัดปาร์ตียาเสพติดอีกครั้ง ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมกว่าเดิม เป็นแบบนั้นจริงหรือไม่

สอบถามเรื่องนี้กับ ตำรวจ สภ.รัตนธิเบศร์ บอกว่า ได้นำตัวผู้ต้องหาชาวจีน 1 คน ไปขออำนาจศาลจังหวัดนนทบุรี ข้อหาครอบครองยาเสพติดแล้ว ตรวจสอบประวัติพบเดินทางเข้าไทยได้ 1 สัปดาห์ ส่วนแรงงานชาวเมียนมา พบว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีโดยตรง แต่กระทำผิดเพราะเข้าเมืองผิดกฎหมาย

สำหรับของกลางที่ตรวจเจอบริเวณชั้น 7 เช่น โต๊ะที่ใช้เล่นการพนัน พบว่าเป็นของเก่าที่เคยถูกยึดเป็นของกลางเมื่อปี 2566 แล้วยังไม่ได้ย้ายออกจากโรงแรม

ซึ่งตอนนี้ได้ย้ายมาเก็บไว้ที่โรงพักแล้ว ยืนยันว่าหลังจากนี้จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโรงแรมดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบกระทำผิดอีก

ทีมข่าวสอบถาม พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม ให้ข้อมูลว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมข้อมูล เตรียมขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องคนอื่น ๆ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าโรงแรมดังกล่าว มีเจ้าของเป็นคนไทย ไม่มีชาวจีนเข้ามาเป็นหุ้นส่วน แต่จะเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนสีเทาหรือไม่นั้น ต้องรอผลสอบปากคำเพิ่มเติม

ต่อมา ทางสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ ได้ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อแก้ไขความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน โดยมีรายละเอียดสำคัญทั้ง 5 ประการ ดังนี้

1. การดำเนินการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยื่นคำร้องขอหมายค้นในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 และเข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าวจริง ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 05.30 น.

2. จำนวนผู้ต้องหา ประกอบด้วยผู้ต้องหาสัญชาติจีน 1 ราย และผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา 3 ราย

3. การแจ้งข้อหาผู้ต้องหาสัญชาติจีน ถูกดำเนินคดีในข้อหา "จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน"

4. ความบริสุทธิ์ของบุคคลอื่นในภาพข่าว ภาพบุคคลที่นั่งอยู่บริเวณโต๊ะกลมซึ่งเผยแพร่ออกไปนั้น เป็นเพียงผู้เข้าพักหรือผู้เข้ามาใช้บริการในโรงแรม ไม่ใช่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม และไม่มีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับการพนันหรือแก๊งสแกมเมอร์แต่อย่างใด

5. ข้อเท็จจริงเรื่องบ่อนการพนันและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ปัจจุบันยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการพนันหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แม้สถานที่แห่งนี้จะเคยถูกจับกุมคดีลักลอบเล่นพนันเมื่อปี พ.ศ. 2566 แต่การตรวจค้นครั้งล่าสุดนี้ ไม่พบอุปกรณ์การเล่นพนันหรือการกระทำผิดดังกล่าว

ปัจจุบันยังไม่มีการแจ้งข้อหาผู้ใดในความผิดฐานจัดให้มีการเล่นพนัน ค้าประเวณี หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามที่สื่อนำเสนอ หากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และแจ้งให้ประชาชนทราบโดยเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง