ห้องข่าวภาคเที่ยง - สาวคนหนึ่งร่ำไห้ หลังเธอและแฟนถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเธอมีการเดินทางไปแบบถูกกฎหมายผ่านทางเอเจนซี สุดท้ายไปถึงปลายทาง ถูก ตม. จับ หลังเข้าข่ายสแกมเมอร์ เพราะสัญญาทำงานเป็นเอกสารปลอม
เรื่องราวนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอบอกเล่าเหตุการณ์ถูกบริษัทจัดหางานในจังหวัดเชียงราย หลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ โดยตนและแฟนหนุ่มได้เสียค่าบริการรวมคนละกว่า 290,000 บาท (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน) แต่กลับถูกเลื่อนเดินทางหลายครั้ง และเมื่อเดินทางไปถึงประเทศปลายทางในวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา กลับพบว่าสัญญาจ้างเป็นเอกสารปลอม
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง มองว่าเธอและแฟนหนุ่มเข้าข่ายแก๊งสแกมเมอร์ กักขังในห้องขังแยกชาย-หญิงนานถึง 2 คืน ถูกยึดโทรศัพท์มือถือจนไม่สามารถติดต่อครอบครัวได้ สร้างความสะเทือนใจและกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง จนมีความคิดฆ่าตัวตายระหว่างถูกกักขัง ก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศไทย
ซึ่งการส่งตัวกลับไทยก็ไม่ได้ง่าย เพราะกว่าจะได้ประสานการเดินทางได้ ใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง ซึ่งผู้เสียหายต้องแวะต่อเครื่องที่ประเทศจีน และผู้เสียหายต้องจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบินเอง ซึ่งผู้เสียหายก็ไม่สามารถจ่ายได้ เพราะต้องใช้แอปพลิเคชันของธนาคารในจีนเพื่อจ่ายเงิน แต่ทางบริษัทไม่ทำไว้ให้ จนสุดท้ายต้องมีการประสาน ตม.จีน ขอไปจ่ายเงินค่าเครื่องบินที่ประเทศไทย ซึ่งสุดท้ายก็ได้เดินทางกลับ
จนกลับมาแล้วมีการติดต่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายกับบริษัทนี้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ไ่ด้เงินคืน เพราะบริษัทอ้างว่าโดนเอเจนซี่หลอกมาอีกที แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เงินคืน และตอนนี้เดือดร้อนหนัก เพราะเงินที่ใช้จ่ายไปกับการเดินทางก็ไปกู้ยืมมา
ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า มีผู้เสียหายในเครือข่ายเดียวกันมากกว่า 30 คน ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่อยู่ระหว่างทำเรื่อง และกลุ่มที่ถูกยกเลิกก่อนบิน โดยผู้เสียหายเตรียมนำหลักฐานทั้งหมดเข้าร้องเรียนต่อกรมแรงงานจังหวัดเชียงราย และดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด