รวบชายวัย 40 ปี หลอกผู้เสียหายให้โอนเงิน หลอกว่าจะพาไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย สูญเงินกว่า 700,000 บาท

รวบชายวัย 40 ปี หลอกผู้เสียหายให้โอนเงิน หลอกว่าจะพาไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย สูญเงินกว่า 700,000 บาท

View icon 39
วันที่ 5 มิ.ย. 2569 | 12.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (5 มิ.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฎิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายศราวุธ อายุ 40 ปี สัญชาติ ไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ จ.296/2569 ลงวันที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2569 ซึ่งต้องหากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่ น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยประการที่น่าจะรู้หรือควรรู้ ว่าจะนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น”

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวรหน้าอาคารแห่งหนึ่ง ถ. พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อประมาณวันที่ (17 ก.ย. 68) เวลาประมาณ 11.30 น. ต่อเนื่อง ถึงวันที่ (23 ก.ย. 68) เวลา 17.56 น. นายศราวุธ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ร่วมกับ นายอนุวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 2 และ น.ส.วราภรณ์ ผู้ต้องหาที่ 3 ที่ยังไม่ได้ตัวมาดำเนินคดี ด้วยการหลวงลวงผู้อื่นโดยการแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อความจริงอันควรบอกให้แจ้ง

โดยร่วมกันสร้างเพจเฟชบุ๊ก เกี่ยวกับการจัดหาคนไปทำงานยังต่างประเทศ (ประเทศออสเตรเลีย) พร้อมทั้งได้โพสต์ลงในเพจเฟชบุ๊กจัดหางาน และแชร์เป็นสาธารณ์ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เมื่อผู้เสียหายได้เข้าถึงเฟชบุ๊กและกดสนใจ ก็ได้รับลิงก์พร้อมทั้งทำตามที่บอกและได้แอดไลน์ปรากฏชื่อ ฝ่ายบริการ อันเป็นการนำ เอาแอปพลิเคชันไลน์ ชื่อ ฝ่ายบริการ ที่ นายศราวุธ ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมานำเข้าสู่ข้อมูลทางระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

โดยมีเจตนาที่จะหลอกลวงเอาเงินจากผู้เสียหาย โดยไม่มีการจัดหางานไปทำงานยังต่างประเทศ (ประเทศออสเตรเลีย) แต่อย่างใด จากนั้น นายศราวุธ ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ที่ใช้ไลน์ชื่อ ฝ่ายบริการ ได้สอบถามข้อมูลส่วนตัวจากผู้เสียหาย เกี่ยวกับบัญชีธนาคารและยอดเงินในบัญชี หมายเลขประจำตัวประชาชน และได้ถูกดึงเข้ามาในกลุ่มไลน์ชื่อ แรงงานเกษตรออสเตรเลีย ซึ่งมีสมาชิกอยู่ในกลุ่มจำนวน 15 คน

จากนั้น นายศราวุธ ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ที่ใช้ไลน์ชื่อ ฝ่ายบริการ ได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อเป็นการจองคิว จำนวน 5,900 บาท โดยให้โอนไปยัง บัญชีชื่อ นายศราวุธ ผู้เสียหาย จึงได้หลงเชื่อโอนเงินไปให้ ด้วยการทำธุรกรรมโอนเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่ผูกกับบัญชีธนาคาร นายวุฒิศักดิ์ เมื่อวันที่ (17 ก.ย. 68) เวลา 12.06 น. จำนวน 5,900 บาท

หลังจากโอนเงินไปแล้ว นายศราวุธ ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ที่ใช้ไลน์ชื่อฝ่ายบริการ ได้ให้ผู้เสียหายโอนเงินไปแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยให้โอนไปยังบัญชี ธนาคารชื่อบัญชี นายอนุวัฒน์ ผู้เสียหายจึงได้หลงเชื่อโอนเงินไปให้ เมื่อวันที่ (23 ก.ย. 68) เวลา 14.44 น. จำนวน 195,000 บาท หลังจากโอนเงินไปแล้ว นายศราวุธ ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ที่ใช้ไลน์ชื่อ ฝ่ายบริการ ได้หลอกลวงผู้เสียหายว่า ไม่ได้บันทึกความจำท้ายสลิป และต้องโอนเงินเพิ่มอีก จำนวน 461,822 บาท เท่ากับยอดที่เหลือในบัญชีและจะได้รับเงินทั้งหมดคืน

และให้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารชื่อบัญชี น.ส.วราภรณ์ ผู้เสียหาย จึงได้หลงเชื่อโอนเงินไปให้เมื่อวันที่ (23 ก.ย. 68) เวลา 17.56 น. จำนวน 461,822 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 662,722 บาท และไม่ได้ไปทำงานยังต่างประเทศและไม่ได้รับเงินที่โอนไปคืนแต่อย่างใด

ซึ่งความจริงแล้ว นายศราวุธ ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ไม่มีเจตนาที่จะจัดหาคนไปทำงานยังต่างประเทศแต่อย่างใด โดย นายศราวุธ ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก มีเจตนาทุจริตที่จะหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายมาตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนวิธีการในการนำเอาเพจเฟชบุ๊กดังกล่าว, แอปพลิเคชันไลน์ ชื่อ ฝ่ายบริการ, กลุ่มไลน์ชื่อ แรงงานเกษตรออสเตรเลีย เข้าสู่ข้อมูลก็เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อเพียงเท่านั้น และโดยการหลวงหลวงดังกล่าวเป็นเหตุให้

นายศราวุธ ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ได้ไปซึ่งเงินสดของ ผู้เสียหายรวม 662,722 บาท ไปเป็นประโยชน์ต่อส่วนตัวโดยทุจริต เป็นเหตุให้ นายวุฒิศักดิ์ ได้รับความเสียหาย และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับผู้ต้องหากับพวกเอาไว้แล้ว

ต่อมาวันที่ (2 มิ.ย. 69) เวลาประมาณ 11.10 น. ผู้ต้องหาได้ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมตัวได้ตามหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขที่ จ.296/2569 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยประการที่น่าจะรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น ซึ่ง นายศราวุธ ผู้ต้องหาที่ 1 ทราบและเข้าใจข้อกล่าวหาดีแล้วขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การว่าตนเองสมัครงานออนไลน์เป็นล่ามภาษาจีนที่ชายแดน จ.สระแก้ว ก่อนให้สแกนใบหน้าผ่านมือถือหลายครั้งเมื่อเสร็จแล้วตนโดนเอามาปล่อยทิ้งที่ บขส.โดยให้เงิน 1,000 บาท เป็นค่ารถ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง