สนามข่าว 7 สี - ตามต่อกับคดี "รับหิ้ว" สินค้า นำส่งปลายทางที่มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ รายที่ 3 ในรอบไม่ถึง 2 เดือน สาวไทยที่ถูกจับที่ญี่ปุ่นที่ตอนนี้ทั้งเศร้าและเครียดหนัก ไม่ต่างจากคนในครอบครัว
ห่วงลูกถูกจับเพราะรับหิ้วของ เกือบเป็นลม จ.นนทบุรี
คุณพ่อธนาศักดิ์ ของนางสาวจุฑาทิพย์ หรือ "เทียน" อายุ 28 ปี หญิงหาเงินด้วยวิธีรับจ้าง "หิ้วของ" ส่งปลายทางให้คนไทยในญี่ปุ่น แต่ถูกจับกุมหลังพบไอซ์ในกล่องพัสดุ
ซึ่งระหว่างคุณพ่อให้สัมภาษณ์กับสื่อฯ เรื่องลูกรับหิ้วของ อยู่ 5 นาที ไม่รู้ว่าเครียด หรืออากาศร้อน จนหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม ต้องขอนั่งพักที่ขั้นบันไดที่หน้า สภ.บางบัวทอง จนผู้สื่อข่าวต้องช่วยประคองไปนั่งรอด้านใน
โดยสิ่งที่คุณพ่อและแฟนของจุฑาทิพย์ บอกก็เหมือนที่เราเล่าข่าวไปก่อนหน้า ว่า เธอถูกจับหลังผู้ใช้บัญชีชื่อ "ing ing" ฝากของเป็นรอบที่ 2 ไปญี่ปุ่นเป็นเครื่องเทศ ขนมขบเคี้ยว และกาแฟ น้ำหนัก 12 กิโลกรัม ค่าหิ้วประมาณ 3,600 บาท โดยติดต่อกันผ่านแช็ต ซึ่งมีพิรุธภาษาใช้พิมพ์ คล้ายกับคนใช้ AI หรือไม่ก็ใช้โปรแกรมแปลภาษาเพื่อสื่อสารกัน
จนไปเกิดเรื่องเพราะสินค้า 9 กล่อง มีคนรับไป 8 กล่อง ยกเว้นกล่องสุดท้าย ติดต่อไม่ได้ ถูกบล็อกช่องทางการติดต่อ ตรวจสอบสลิปโอนเงิน ก็เป็นหญิงชาวเวียดนามที่เงินโอนมา โดยเชื่อว่า นางสาวจุฑาทิพย์ ไม่รู้ว่าพัสดุซุกไอซ์มาด้วย
หญิงไทย "เศร้า-เครียด" หลังถูกจับคดีหิ้วของซุกไอซ์
ส่วน "กรมการกงสุล" ส่งจดหมายอัปเดตคดีนี้ไว้ เมื่อ 20 กรกฎาคม แจ้งว่า เมื่อ 12 กรกฎาคม นางสาวจุฑาทิพย์ อยู่ที่สถานีตำรวจคาสึกะ จังหวัดฟูกูโอกะ
และ 14 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เข้าเยี่ยม และแจ้งอำนาจขอบเขตต่าง ๆ ให้ทราบ ซึ่ง นางสาวจุฑาทิพย์ ยังแข็งแรงดี แต่มีอาการเครียดและเศร้า
ท้ายจดหมายของกรมการกงสุล ยังแจ้งด้วยว่า เมื่อ 15 กรกฎาคม มีการจัดหาทนายความที่ญี่ปุ่นให้แล้ว คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่
หญิงไทยถูกแจ้ง 2 ข้อหา หลังรับหิ้วของซุกไอซ์
ขณะที่ โฆษก ป.ป.ส. บอกว่า ทางการญี่ปุ่น แจ้งมาว่า คดีนี้ตำรวจตั้ง 2 ข้อหา คือ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และความผิดตามกฎหมายศุลกากร
ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบน้ำหนักสารเสพติด เพื่อพิจารณาว่า จะเข้าข่าย "เพื่อการค้า" หรือไม่ หากเข้าข่ายจะมีอัตราโทษสูงสุด คือ จำคุกตลอดชีวิต แต่ปกติแล้ว ศาลญี่ปุ่น จะพิจารณาลงโทษตามพฤติการณ์แห่งคดี ซึ่งคดีแบบนี้ มักได้รับโทษจำคุกประมาณ 5-10 ปี
และ นางสาวจุฑาทิพย์ ตอนนี้ก็ถูกฝากขังไว้กับอัยการ จะครบกำหนดฝากขัง 2 สิงหาคม แต่เพราะตรงกับหยุด วันเสาร์-อาทิตย์ จึงเลื่อนเป็น 31 กรกฎาคม ก็คือวันศุกร์นี้ ที่อัยการจะพิจารณาว่าจะมีคำสั่งฟ้องคดีหรือไม่ และยังไม่ขอสรุปคดีนี้ว่า จะเกี่ยวข้องกับ 2 คดีก่อนหน้าหรือไม่
ซึ่งคดีก่อนหน้าก็เคสนี้เลย หญิงไทยรับหิ้วมะขามเปียกไปญี่ปุ่น แต่ไหวตัวทันเลยเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางยี่ขัน นำไปสู่การจับกุมชาวเวียดนาม 6 คน ไปก่อนหน้า
จับเพิ่มผู้ต้องหา ซุกไอซ์ในมะขามเปียกฝากหญิงไทยหิ้วไปญี่ปุ่น
วานนี้ ตำรวจนครบาล ก็แถลงจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนามได้เพิ่มอีก 1 คน พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์หลายรายการ
ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า จริง ๆ ตำรวจรู้ข้อมูลแต่แรกว่า ผู้ต้องหาเป็น 1 ใน 3 คน ที่กดถอนเงิน แต่เจ้าตัวออกนอกประเทศไปก่อน จึงไม่รีบเปิดเผยข้อมูล รอจนกลับมาไทย จึงให้ชุดสืบสวนตามไปจับกุมตัวที่คอนโดฯ ย่านสาทร
ผลสอบสวนผู้ต้องหาก็ไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่คนกดถอนเงินให้บัญชีม้าเท่านั้น แต่ยังเป็นคนดูแลเว็บฯ พนัน 20 เว็บฯ ให้เครือข่ายชาวเวียดนามในต่างประเทศ และยังพบผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคนที่ตำรวจต้องขยายผลดำเนินคดี
แนะเคล็ดลับ รู้ทันเหลี่ยมขบวนการค้ายาเสพติด
ต้องบอกว่าทั้ง 2 คดีนี้ ไม่ได้หยุดอยู่กับตำรวจท้องที่ทำคดี แต่ยังนำไปขยายผลต่อก็เพื่อติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ และต้องการเตือนภัยไปถึงคนที่ยังรับงานเสี่ยง อย่าง การรับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศ เมื่อห้ามไม่ได้ ก็ต้องเตือนให้ระวัง ลักษณะสินค้าที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย
คือ สินค้าที่แพ็กเกจมิดชิด จนไม่เห็นของข้างในเป็นอะไร สินค้าที่เสี่ยงต่อมา คือ จำพวกซองกาแฟ ชา ครีมเทียม หรือบรรจุภัณฑ์อาหารเสริม วิธีสังเกตก็ดูจากร่องรอย การตัด และซีลปิดซองใหม่ และ สินค้าที่นำมาฝากส่งไม่ใช่สินค้าแบรน์ดัง เป็นสินค้าที่แทบไม่เป็นที่รู้จักและมาจากต่างประเทศ หรือถ้าดูง่ายกว่านั้น ก็ของชิ้นนั้นจะหนักผิดปกติ ถ้าเจอสินค้าจำพวกนี้ฝากส่ง ตรวจสอบให้ดี หรือไม่ควรรับไปเลย เพื่อไม่เสี่ยงถูกดำเนินคดีอีก