แยกแดนขังผู้ต้องขังคดี ม.112 จำแนกตามปกติ ไม่เกี่ยวกับการขอพระราชทานอภัยโทษ

แยกแดนขังผู้ต้องขังคดี ม.112 จำแนกตามปกติ ไม่เกี่ยวกับการขอพระราชทานอภัยโทษ

View icon 34
วันที่ 28 ก.ค. 2569 | 10.42 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“กรมราชทัณฑ์” แจงกรณีสื่อโซเชียลตั้งข้อสังเกต การแยกแดนขังผู้ต้องขังคดี ม.112 ยืนยันเป็นกระบวนการจำแนกตามปกติไม่เกี่ยวกับการขอพระราชทานอภัยโทษ

ตามที่ปรากฏข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวถึงการพยายามแยกแดนขังผู้ต้องขังคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่ให้อยู่ร่วมกัน โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นมาตรการเพื่อกดดันให้ผู้ต้องขัง ยื่นคำขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล นั้น

วันนี้ ( 28 ก.ค. 69 ) กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายและหลักวิชาการด้านราชทัณฑ์ มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อกดดันหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้ต้องขังรายใดรายหนึ่ง โดยพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 40 และมาตรา 41 บัญญัติให้เรือนจำดำเนินการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง โดยพิจารณาตามประเภทลักษณะคดี อายุ เพศ พฤติการณ์แห่งคดี ระดับความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ความมั่นคง ตลอดจนปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การควบคุมผู้ต้องขังและการดำเนินงานด้านทัณฑปฏิบัติเป็นไปอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับหลักการบริหารราชทัณฑ์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดระบบการจำแนกลักษณะของผู้ต้องขัง การควบคุมและการแยกคุมขัง และการย้ายผู้ต้องขัง พ.ศ. 2563 โดยเฉพาะในข้อ 15 (2) กำหนดให้ผู้ต้องขังหลายคนในคดีเดียวกัน ให้แยกผู้ต้องขังแต่ละคนมิให้ปะปนกัน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือข้อจำกัดด้านสถานที่ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแล ความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยภายในเรือนจำ

ทั้งนี้ การที่ผู้ต้องขังในคดีเดียวกัน ไม่ได้ถูกคุมขังอยู่เรือนจำหรือแดนเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือมีวัตถุประสงค์ กดดันแต่อย่างใด เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ภายใต้พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ซึ่งคำนึงถึงเขตอำนาจศาลในการกระทำความผิด ระดับความมั่นคง    ความแออัดของเรือนจำ ความพร้อมของสถานที่ในการฝึกอบรมหรือรักษาพยาบาล ตลอดจนประสิทธิภาพในการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง และความสงบเรียบร้อยของเรือนจำ โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มโทษหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้ต้องขังรายใดเป็นการเฉพาะ 

กรมราชทัณฑ์ขอเน้นย้ำว่า จะยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส และเสมอภาค ภายใต้หลักนิติธรรม ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ต้องขังควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงของเรือนจำอย่างเคร่งครัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง