รัฐสภาเมียนมาผ่านร่างกฎหมายกำหนดโทษประหารชีวิตสำหรับผู้ที่กักขังหรือใช้ความรุนแรงบังคับผู้อื่นให้ทำงานในศูนย์สแกมเมอร์ออนไลน์เมื่อวานนี้ (28 ก.ค. 69)
วันนี้ (29 ก.ค. 69) รัฐสภาเมียนมาผ่านร่างกฎหมายกำหนดโทษประหารชีวิตสำหรับผู้ที่กักขังหรือใช้ความรุนแรงบังคับผู้อื่นให้ทำงานในศูนย์สแกมเมอร์ออนไลน์เมื่อวานนี้ (28 ก.ค. 69)
ทาง “อ่อง ลิน ดเว” ประธานรัฐสภาเมียนมา กล่าวในการถ่ายทอดสดว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติเมียนมาได้ผ่านร่างกฎหมาย "ต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์" ในการประชุมร่วมของรัฐสภาที่กรุงเนปยีดอว์ เมืองหลวงของประเทศเมียนมา
ขณะที่ “อาย จาน” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เผยกับสำนักข่าว AFP ว่า บทลงโทษประหารชีวิตยังคงอยู่ในกฎหมายฉบับที่ผ่านความเห็นชอบ โดยระบุว่า การแก้ไขร่างกฎหมายหลังการหารือระหว่างสภาล่างและสภาสูงมีไม่มาก และสาระสำคัญของร่างกฎหมายยังเหมือนเดิม
โดยร่างกฎหมายที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุบทลงโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปี ไปจนถึงตลอดชีวิต รวมถึงโทษประหารชีวิต สำหรับการกระทำความผิดฐาน "ใช้ความรุนแรง ทรมาน จับกุมและกักขังโดยมิชอบ หรือปฏิบัติอย่างโหดร้ายทารุณต่อผู้อื่น เพื่อบังคับให้บุคคลนั้นมีส่วนร่วมในการหลอกลวงทางออนไลน์" ส่วนความผิดฐานหลอกลวงที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ร่างกฎหมายระบุว่า "ต้องได้รับโทษประหารชีวิต" นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังกำหนดโทษจำคุกสูงสุดตลอดชีวิตสำหรับผู้ที่ "ดำเนินศูนย์สแกมเมอร์ออนไลน์" หรือผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานหลอกลวงเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี)
ขณะนี้แก๊งแกมเมอร์ในประเทศเมียนมาร์ กำลังเผชิญกับสงคราม ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเป้าไปที่เหยื่อที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกด้วยการหลอกลวงให้มีความสัมพันธ์ทางออนไลน์ และการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งขบวนการดังกล่าวมีมูลค่าในตลาดมืดหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้มีผู้ที่เต็มใจเข้ามาทำงานจำนวนมาก แต่ชาวต่างชาติที่ออกมาจากศูนย์สแกมเมอร์และถูกส่งตัวกลับประเทศ ได้เผยว่า ถูกค้ามนุษย์และนำตัวไปยังศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมา และถูกทรมาน
ภายใต้แรงกดดันจากนานาชาติ รวมถึงสหรัฐฯ และจีน ทำให้ทางรัฐบาลเมียนมาซึ่งนำโดย พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไหล่ ผู้ซึ่งขึ้นเป็นประธานาธิบดีเมียนมาจากการรัฐประหาร ได้ให้คำมั่นว่าจะปราบปรามขบวนการผิดกฎหมายนี้ แต่การบุกค้นและจับกุมของเจ้าหน้าที่ส่งผลให้กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ย้ายฐานปฏิบัติการในภูมิภาคแทนที่จะยุติการดำเนินงาน
ทั้งนี้ กฎหมายต่อต้านการฉ้อโกงเป็นกฎหมายฉบับแรกที่รัฐบาลใหม่ของเมียนมา ซึ่งนำโดยอดีตหัวหน้าคณะรัฐบาลทหาร พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไหล่ ผ่านการอนุมัติ ซึ่งเป็นผู้นำการรัฐประหารในปี 2564 ที่โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของ “ออง ซาน ซูจี” และจุดชนวนสงครามกลางเมืองที่ดำเนินอยู่ โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา “พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไหล่” ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมา หลังจากการเลือกตั้งที่ถูกจำกัดอย่างเข้มงวด