เช้านี้ที่หมอชิต - ประเด็นร้อนทางการเมืองอีกประเด็นที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ คือ "ดีลลับ" ระหว่าง "เพื่อไทย และ กล้าธรรม" ที่โมนาโก หลังจากที่มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองจุดประเด็นดังกล่าวขึ้นมาเมื่อวาน ล่าสุด "ร้อยเอกธรรมนัส" เคลื่อนไหวผ่าน Facebook เกี่ยวกับประเด็นนี้แล้ว
เริ่มกันที่ความเคลื่อนไหวของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม โพสต์ Facebook ส่วนตัวเป็นคลิปของ ร้อยเอกธรรมนัส กำลังเดินอยู่กับลูก ๆ และระบุข้อความว่า
"ผมเดินทางไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศส และโมนาโกจริงครับ ไปพักผ่อนกับครอบครัว ไม่มีเรื่องการเมืองครับ"
"ผมไม่ชอบเป็นอีแอบครับ และไม่มีความจำเป็นต้องแอบข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรไปเจอท่านทักษิณ ชินวัตร ถึงโมนาโก"
"ผมคงไม่ต้องไปสาบานที่ไหน แค่เช็กการเดินทางของท่านทักษิณ ก็รู้ว่าท่านไม่ได้เดินทางไปโมนาโกครับ"
พร้อมติดแฮชแท็ก "ไม่มีปฏิญญา Monaco"
โพสต์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องดีลลับ ซึ่งจุดกระแสขึ้นมาจากนักเคลื่อนไหวการเมืองอย่าง นายไทกร พลสุวรรณ ที่ได้โพสต์ Facebook ระบุว่า "เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ ทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน เฉียบขาดเมียครูใหญ่สั่งให้ปรับพรรคสีแดง ออกจาก ครม."
และอีกโพสต์ คือ "เมียครูใหญ่" ควันออกหูเมื่อรู้ข่าว ดีลลับแดง-เขียวที่โมนาโก "งดออกเสียง" เพื่อเปลี่ยน นายกฯ และถีบครูใหญ่ออกจากอำนาจแฝงการเมือง
ตีความจากโพสต์หมายความว่า พรรคเพื่อไทย และ พรรคกล้าธรรม กำลังมีดีลลับระหว่างกันในการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ร้อยเอกธรรมนัส ก็ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวนี้แล้ว
ความสัมพันธ์ระหว่าง พรรคเพื่อไทย และ พรรคกล้าธรรม ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามว่าจะกลับไปดีเหมือนเดิมได้หรือไม่
เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่วันก็มีเหตุการณ์ที่ กระทรวงเกษตรฯ ภายใต้การบริหารงานโดย "รัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" หลังจากมีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงฯ 9 ตำแหน่ง จนมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการล้างบางขั้นอำนาจเก่าของ ร้อยเอกธรรมนัส หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตามองในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่จะมีการเปิดสมัยประชุมสภาฯ เพราะมีแนวโน้มว่าพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จ้องซักฟอกหลายประเด็นที่เป็นกระแสอยู่ในตอนนี้
ทั้งคดีฮั้ว สว. การทุจริตสอบท้องถิ่น คดีเขากระโดง และ "อดีตรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ" เรื่องราคาพลังงาน และ การออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ หรือแม้แต่ประเด็นเรื่องการวางแผนดำเนินนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็น่าจะถูกนำมาอภิปราย
ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประเด็นที่หนักหน่วงสั่นคลอนเสถียรภาพ "รัฐบาลอนุทิน" และเมื่อถึงเวลานั้น นักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายคนก็มองว่าน่าจะเป็นจังหวะวัดใจของ พรรคเพื่อไทย อย่างแท้จริง ว่าเอายังไงต่อกับ "รัฐบาลอนุทิน"
เพราะต้องไม่ลืมว่าเสียง สส.ของพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแปรสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ ส่วนจะถึงขั้นจับมือร่วมกับ พรรคกล้าธรรม รวมถึงพรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ หรือไม่ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด